เรื่องเล่าจากคนป่า กับ Honda Africa twin CRF 1100L

7 ต.ค. 2563

ความนิยมในปัจุบันกับการเดินทางท่องเที่ยวไปตามเส้นทางธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมเป็น อย่างมาก ถ้าหากคุณชื่นชอบการขับขี่ในแนว Adventure ตามหาเส้นทางแปลกใหม่และท้าทายตัวเอง อยู่ตลอดเวลา และคุณกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สักคัน ที่จะพาคุณเดินทางไปได้ทุกที่ได้ดั่งใจ ปรารถนา แน่นอนว่า Honda Africa twin CRF 1100L เป็นหนึ่งในทางเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าลอง

 

 

สำหรับโมเดลใหม่ในปี 2020 นี้ มีการพัฒนาและถูกเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดเพื่อตอบ โจทย์การใช้งานและปรับปรุงให้เข้ากับนักขับขี่สายโหด ที่ชื่นชอบการบุกตะลุยไปตามเส้นทางธรรมชาติ เพื่อตามหาเส้นทางสายใหม่ แน่นอนว่ามีเรื่องราวความน่าสนใจต่างๆ ที่ถูกซ่อนไว้อยู่อีกเพียบ สำหรับ Honda Africa twin CRF 1100L จะมีจุดไหนบ้างที่น่าสนใจ สำหรับสายลุยไม่ต้องคุยให้เสียเวลาอย่ารอ ช้า ตามไปลุยกันเลย !!!

 

 

เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แรงขึ้นแต่น้ำหนักเบาลง เครื่องยนต์
4 จังหวะ 1,084 ซีซี. Parallel Twin SOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจ่ายน้ำมัน แบบหัวฉีด PGM-FI เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 101 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิด สูงสุด 105 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ/นาที อัตรากำลังอัด 10.1:1 แรงขึ้นกว่าเดิมแต่ไฮไลท์อยู่ที่ระบบ Uni-Cam ระบบที่จะทำให้เครื่องยนต์ถูกย่อส่วนให้เล็กลงจึงทำให้น้ำหนักเบาตามลงแต่ยังคง ประสิทธิภาพการทำงานที่ รวดเร็วดุดันคงเดิม เป็นระบบเดียวกันกับที่อยู่ในรถแข่งตัวเทพของฮอนด้าที่ ใช้ทำการแข่งขันในรายการ แรลลี่ ดาการ์ด้วยนะจะบอกให้
ด้วยพละกำลังที่มากขึ้นแต่กลับไม่ส่งผลถึงในส่วนของน้ำหนักของตัวรถ ทำให้ไม่เป็นภาระต่อผู้ ขับขี่ เรียกได้ว่าขี่สนุกควบคุมง่าย ส่วนตัวค่อนข้างชอบตัวคันเร่งไฟฟ้าที่สามารถปรับแต่ง และควบคุม พละกำลังเครื่องยนต์ได้ถึง 4 ระดับ ช่ซึ่งมันช่วยให้การใช้คันเร่งในการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ มีความ เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ตรงนี้มันทำให้ยิ่งขี่ ยิ่งมั่นใจทุกเส้นทาง

 

 

ระบบช่วงล่าง SHOWA สั่งได้ดังใจ ไปไหนไปกัน
-โช็คอัพหน้าแบบ Upside Down ขนาด 45 มม. สามารถปรับ Preload และ Rebound ระยะยุบ
230 มม.
- โช้คอัพหลังแบบ Pro-Link ของ Showa มาพร้อมระบบ gas-charged สามารถปรับ Preload
และRebound ระยะยุบ 220 มม ทำงานคู่กับ กระเดื่องทดแรง ไล่เบาด้วยสวิงอาร์มใหม่ที่เป็นอลูมิเนียม
ช่วงล่างเทพๆที่เฝ้ารอใครสักคนที่จะเข้ามาทำให้มันไปถึงจุดสุดยอด บอกเลยว่านีคือช่วงล่าง ที่ สามารถใช้ในการแข่งขันได้เลย เพียงแค่คุณมีความสามารถพอ และปรับตั้งค่าต่างๆ ให้เข้ากับน้ำหนัก ตัวคุณ ช่วงล่างชุดนี้จะไม่ทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ หรือจะ เป็นการรูดผ่านทางหินลอย ก็ทำได้อย่างสบาย ข้อพิสูจน์ที่ทำให้เห็นได้ชัดคือการกระโดดจัมพ์เนิน น้ำ หนักของผม อยู่ที่ 80 กิโลกรัม โช็คที่ Setting มาจากโรงงาน สามารถกระโดดลอยตัวลงมากระแทกพื้น โดยุบและคืนตัวได้อย่างเนียนไม่มีอาการโยนหรือชกแต่อย่างใด เฉียบขาดมาก

 


วงล้อสไตร์ Enduro
วงล้อที่ให้มาในสไตล์ Adventure ล้อซี่ลวดอลูมิเนียม ด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว เป็น ขนาดวงล้อที่สามารถควบคุมรถในสไตล์นี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าจะลุยเต็มๆ ก็หายางหนามมาใส่ แค่นี้จบ พร้อมลุยได้ทุกเส้นทาง

 

 

ระบบเบรก
- ด้านหน้าดิสก์คู่ ขนาด 310 มม. มาพร้อมปั้มเบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 พอร์ท
- ด้านหลังดิสก์เดี่ยว ขนาด 256 มม. มาพร้อมปั้มเบรค Nissin 2 พอร์ท เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ ABS แบบ 2 Channel ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถเปิดปิด
ABS ที่ล้อหลังได้ มีการไล่ระดับของน้ำหนักเบรกมาเป็นอย่างดี การตอบสนอง ที่ดีเยี่ยม และตำแหน่ง ของขาเบรกด้านหลังก็ถูกจัดวางในตำแหน่งที่พอดิบดี สามารถใช้งานได้ง่ายมีความใกล้ เคียงรถสูตร ถือว่าเป็นชุดเบรกที่ไว้ใจได้เลย

 


เฟรมใหม่เบาแข็งแรง
ชุดเฟรมใหม่ที่ถูกออกแบบให้กระชับและมีความเพรียวบางมากยิ่งขึ้น พร้อมกับจับแยกเฟรม เป็นสองชิ้น เพิ่มในส่วนของซับเฟรมเข้ามา จึงทำให้ลดน้ำหนักลงจากรุ่นก่อน เฟรมที่กระชับขึ้นทำให้ การควบคุมรถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ตรงนี้คือจุดเด่นที่ทำให้ Honda Africa twin CRF 1100L กลายเป็น รถที่โดดเด่นมากใน เรื่องของการขับขี่ในรูปแบบ Adventure

 

 

6 โหมดขับขี่
Tour , Urban , Gravel , Off-road , User1 , User2 ให้มาหกโหมดเต็ม แต่โหมดที่ตอบโจทย์ ความมันสุดๆก็คงต้องเป็นโหมดที่เรากำหนดเองนั้นก็คือ โหมด User 1-2 นั้นเอง เพราะคุณสามารถ เลือกควบคุมในส่วนของ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาช่วยในการขับขี่ เป็นไปอย่างใจต้องการ แถม สามารถปรับได้ละเอียดสุดๆ
- Power การปรับตั้งค่าการตอบสนองของอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่มาให้ 4 ระดับ
- HSTC (Honda Selectable Torque Control) ควบคุมความสัมพันธุ์ของล้อหน้าและล้อหลัง ปรับได้ 7 ระดับ
- Engine Brake การควบคุมแรงหน่วงของการเบรกรถด้วยเครื่องยนต์ มีให้ปรับได้ 3 ระดับ
ทั้งหมดคือสามารถปรับได้อย่างละเอียด โดยที่ใช้และเหมาะสมกับการลุยแบบเต็มระบบ ขอ แนะนำเป็น Power ระดับที่ 1 จะเป็นการเรียกพละกำลังเครื่องยนต์ได้มากที่สุด HSTC แนะนำให้กดปิด ได้เลยโดยการกดเลือนอนาล็อคที่ประกับแฮนด์ด้านซ้ายค้างไว้ก็จะเป็นการปิดการทำงาน ในส่วนของ HSTC ก็จะปิดการใช้งาน เพราะถ้าหากคุณนำมันไปลุยในเส้นทางที่ต้องการขึ้นในทางลาดชัน เปิดไว้ อาจจะเกิดการไม่สัมพันธุ์ของล้อทำให้คุณมีปัญหาได้ แต่ถ้ายังไม่มั่นใจ อาจจะเปิดไว้ที่ระดับที่ 1 ก่อนได้ เช่นเดียวกัน
- Engine Brake เลือกไว้ที่ระดับ 2-3 เนื่องจากการหยุดรถหรือชะลอความเร็วบนทางดิน ต้องใช้ ประสิทธิภาพของการเบรกเต็มที่ในทุกๆ ระบบ ดังนั้นควรเลือกใช้การเบรกด้วยเครื่องยนต์ไว้ให้เต็ม ประสิทธิภาพที่สุด แต่ถ้าหากแนะนำมือใหม่ผมแนะนำให้ใช้โหมด Off-road ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เพราะเป็นโหมดที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ ขี่ได้อย่างปลอดภัยที่สุดในทางดิน

 


ความสูง น้ำหนัก กับมิติการควบคุมที่ลงตัว
เริ่มกันที่ความสูงเบาะเดิมๆ ที่ให้มา 830 มิลิเมตร แต่สามารถปรับเบาะให้ต่ำลงมาได้ถึง 810 มิลิ เมตร เพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกใส่ใจเป็นอย่างดีเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ รถที่มีปัญหา เรื่องความสูงของตัวรถหรือต้องการปรับตัวกับความสูงของรถก่อน
น้ำหนัก 225 กก.หายไปจากรุ่น L2 10 กก. ถ้าหากคุณได้ลองจะรู้ได้เลยว่าจุดนี้เป็นจุดที่น่าประทับใจ มาก น้ำหนักเบาก็ทำให้ควบคุมได้ง่าย ลดภาระต่อผู้ขับขี่ เก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ

 

 

Riding position
ท่านั่ง กระชับหลังตรงเข่าหนีบตัวถังได้พอดี ตำแหน่งแฮนด์บาร์กว้าง นั่งขี่สบายๆ การเลื่อนขยับ ตำแหน่งร่างกายทำได้ง่ายด้วยเบาะที่ตัดตรง
ท่ายืน ความเพรียวบางของชุดเฟรมใหม่ ทำให้ความรู้สึกในการยืนขับขี่ กระชับขึ้นกว่าเดิมมาก ตำแหน่งของหัวเข่าพอดีกับถัง ตำแหน่งแฮนด์ก้มลงเล็กน้อยก็สามารถกางแขนได้พอดี การขยับตัวเพื่อ เลี้ยวรถก็ทำได้อย่างดี แฮนด์ไม่กดหนีตัวจนเกินไป

 

 

ดีไซน์และฟังชั่นจัดเต็มใหม่หมดยกทั้งคัน

ดีไซน์ที่ถูกปรับโฉมใหม่แทบทั้งหมด ไฟหน้าใหม่โฉบเฉี่ยวและโดดเด่นสุดๆ มาพร้อมไฟ Daytime Running Light ที่เป็นรูปครึ่งวงกลมสองดวง จอแสดงผลเรือนไมล์แบบ TFT สี สามารถ Touchscreen ได้ มองเห็นได้ดีเยี่ยม ทั้งในร่มหรือกลางแจ้ง บังโคลนหน้าแบบเหลี่ยม ที่เห็นได้ชัดอีก หนึ่งจุด ก็เป็นชุดไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ให้ดูเรียวมากยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้วยชีลด์หน้าแบบสั้น ที่ช่วย ให้การมองเห็นในการขับลุยในป่าทำได้ดีมากยิ่งขึ้น

 


และนี่ก็คือจุดเด่นของ Honda Africa twin CRF 1100L ที่จะทำให้การขับขี่บนเส้นทาง Off-road แบบโหดๆ ทำได้แบบสบายๆ การพัฒนาที่เอาใจใส่ถึงผู้ขับขี่อย่างแท้จริง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ หลากหลายมากยิ่งขึ้น ยกระดับการขับขี่ในเส้นทาง Off-road ให้ปลอดภัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักขับขี่มือ ใหม่หรือตัวจริงสายโหด ก็สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกและมั่นใจ ทั้งยังมีฟังชั่นและเทคโนโลยีอีกเพียบ ที่ไม่ได้พูดถึง


สำหรับบทความนี้อยากให้ผู้อ่านได้เห็นถึงออฟชั่นเด่นๆ  กับการใช้งานในส่วนของทาง  Off- road เป็นหลัก และสำหรับในส่วนของสเป็คเต็มๆ คุณสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ Honda Bigbike มีข้อมูลที่น่าสนใจอีกเพียบ
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายใหม่ๆ Honda Africa twin CRF 1100L ออกไป ลุย แล้วเอาเรื่องราวของคุณกลับมาคุยให้โลกได้รู้ ลุย !!!

ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เมื่อคุณไป Test Ride  ต้องเช็คอะไรบ้าง
28
ต.ค.

เมื่อคุณไป Test Ride ต้องเช็คอะไรบ้าง

เคยไป Test Ride รถที่ชอบแล้วยังงงๆ บ้างไหมว่าเราจะตัดสินใจยังไงกับรถคันนี้ดี บทความนี้มีคำตอบ!

ทำไมสาย ต้องมี Honda All New Africa Twin ไว้ครอบครอง
26
ส.ค.

ทำไมสาย ต้องมี Honda All New Africa Twin ไว้ครอบครอง

ของมันต้องมีดีกรีแชมป์แห่งความแกร่งที่พร้อมพาคุณทะยานไปบนเส้นทาง Adventure ทุกรูปแบบ กับ Honda All New Africa Twin จะเป็นอย่างไร ไปดู!

ตัวเตี้ยขี่รถ รีวิว : Honda Africa twin CRF 1100L
30
ก.ค.

ตัวเตี้ยขี่รถ รีวิว : Honda Africa twin CRF 1100L

อยากขี่รถAdventureบ้างจัง นี่คงเป็นเรื่องที่ติดใจหลายคนที่ ตัวเล็ก หรือตัวเตี้ยนั่นเอง ใช่ครับผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่มันมีวิธีคุณไม่ยากเลย ซื้อรถลงเรียนคอร์สทักษะขับขี่เพิ่มเติม ถ้าเราได้เรียนรู้เพิ่ม มันก็จะช่วยให้เราได้ทักษะในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นแน่นอนครับ ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็ ไปรู้จักกับ ราชันห์แห่งทะเลทรายคันนี้กันเถอะครับ