เจาะลึกอาวุธเด็ด RC213V ตัวแข่งคู่ใจแชมป์โลก MotoGP™

29 ต.ค. 2561

         

          จากการที่ “เด็กระเบิด” Marc Márquez จาก Repsol Honda Team โชว์ฟอร์มหรูคว้าชัยชนะมาครองได้ในสนามที่ 16 รายการ Japanese Motorcycle Grand Prix ส่งผลให้เจ้าตัวมีคะแนนรวมทิ้งห่างอันดับที่ 2 ขาดลอยคว้าแชมป์โลก MotoGP™ สมัยที่ 5 ไปครองเป็นที่แน่นอนแล้ว ทำให้สถิติการคว้าแชมป์โลกรวมทุกรายการของนักบิดชาวสเปนคนนี้เพิ่มเป็น 7 สมัย ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น

          นอกเหนือจากความสามารถอันเก่งกาจของเจ้าตัวแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญในการไล่ล่าถ้วยรางวัลปีแล้วปีเล่าของ Marc Márquez ก็คือรถแข่งคู่ใจอย่าง Honda RC213V นั่นเอง เรามาทำความรู้จักกับตัวแข่งของแชมป์โลก MotoGP™ คันล่าสุดกันเลยดีกว่าครับ

         เริ่มกันด้วยที่มาของชื่อ RC213V กันก่อน โดยชื่อ “RC” นั้นจะเป็นโค้ดเนมหรือชื่อเรียกสำหรับโมเดลรถมอเตอร์ไซค์ของค่าย Honda ที่ใช้สำหรับการแข่งขันในระดับสูงสุดด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ส่วนเลข 213” คือเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถรุ่นนี้ในศตวรรษที่ 21 และสุดท้าย “V” ก็คือเครื่องยนต์แบบ V Engine หรือที่เรียกกันติดปากว่าสูบวีนั่นเอง

          Honda RC213V เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกในปี 2012 โดยในปีนั้น FIM ได้ออกกฎ กติกาใหม่ในการเลือก พัฒนา และปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP™ โดยอนุญาตให้เพิ่มขนาดพิกัดเครื่องยนต์จาก 800 cc เป็น 1,000 cc และกำหนดให้ตัวรถต้องมีพิกัดน้ำหนักโดยรวมอยู่ในระหว่าง 150 - 153 กิโลกรัม แม้นักแข่งของ Repsol Honda Team ในสมัยนั้นอย่าง Dani Pedrosa และ Casey Stoner พึ่งจะได้ทำการทดลองขับเจ้า RC213V เป็นครั้งแรกในช่วง Pre-Season และต้องใช้ลงแข่งจริงในฤดูกาลนั้น แต่ด้วยประสบการณ์และความสามารถของเขาทั้งคู่ ต่างก็สามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างดีเยี่ยม สามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 12 จาก 18 สนาม

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-rc213v-detail

         จากนั้นในปี 2013 “เด็กระเบิด” Marc Márquez ก็ได้ขยับขึ้นมาแข่งในรุ่น MotoGP™ แทนที่นักบิดรุ่นพี่อย่าง Casey Stoner และระเบิดฟอร์มเก่งควบ Honda RC213V คว้าแชมป์โลก MotoGP™ ได้ตั้งแต่ปีแรกที่ลงแข่งใน Premier Class จารึกชื่อในประวัติศาสตร์วงการการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบระดับสูงสุดได้อย่างยิ่งใหญ่ และด้วยจิตวิญญาณการเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ตของ Repsol Honda Team ที่ต้องการเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง Honda RC213V เองก็ได้ถูกพัฒนามาตลอดในทุก ๆ ปี จนมาถึง Honda RC213V โมเดลล่าสุดที่ใช้แข่งขันในปี 2018 นี้ที่ทำให้ “เด็กระเบิด” ขึ้นบัลลังก์เถลิงแชมป์โลก MotoGP™ สมัยที่ 5 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งโมเดลล่าสุดนี้ จะมีการพัฒนาและปรับปรุงส่วนใดบ้าง เรามาไล่เรียงกันไปทีละจุดกันเลยดีกว่าครับ

  • Chassis (แชสซี) โดยแชสซีของ Honda RC213V นั้นเลือกใช้โครงสร้างแบบ Twin-Spar Aluminum ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่าวัสดุอื่น อีกทั้งยังทนทานและยืดหยุ่นต่อแรงบิดและแรงกระชากมหาศาล ทั้งยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มความสมดุลในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เข้าโค้ง และยังช่วยในการกระจายน้ำหนักไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของรถ ให้เกิดความบาลานซ์มากขึ้น

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-rc213v-detail

  • Engine & Transmission (เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง) โดยระบบเครื่องยนต์ของ Honda RC213V เลือกใช้เครื่องยนต์แบบ 4 Cylinder “V” Engine ขนาด 1,000 cc 4 สูบ แบบ DOHC วางแนวเฉียงคล้ายตัวอักษร V ทำงานแบบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเครื่องยนต์สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดมากกว่า 242 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีดแบบ Racing Reverse* พร้อมระบบ Quickshifter** ซึ่งตัวเครื่องยนต์ยังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และเป็นมิตรต่อนักแข่ง ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น

 

         *โดยปรกติรถทั่วไปจะกดเข้าเกียร์โดยการกดเท้าลงเพื่อเข้าเกียร์ 1 จากนั้นจะงัดขึ้นเพื่อเข้าเกียร์อื่นต่อไป แต่ Racing Reverse จะเข้าเกียร์ 1 โดยการงัดขึ้น จากนั้นจะกดเท้าลงเพื่อเข้าเกียร์อื่นต่อไป

        **ลดระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ลง โดยไม่ต้องกำคลัตช์และผ่อนคันเร่ง

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-rc213v-detail

  • Shock & Suspension (ระบบโช้กและช่วงล่าง) ระบบโช้กและช่วงล่างของ Honda RC213V เลือกใช้แบรนด์ดังอย่าง Öhlins ซึ่งแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ โช้กหน้า และโช้กหลัง โดยโช้กหน้าเป็นโช้กแบบหัวกลับ ขนาด 48 มิลลิเมตร ส่วนโช้กหลังเป็น โช้กเดี่ยว โดยทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแบบ Pro-Link นอกเหนือจากหน้าที่หลักในการรับน้ำหนักของเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากแล้ว ช่วงล่างนี้ยังต้องรับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลในการเบรกของตัวรถในแต่ละครั้งทั้งในทางตรงและทางโค้ง ซึ่งการปรับแต่งช่วงล่างถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนักแข่งแต่ละคนจะมีสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน การปรับแต่งช่วงล่างให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ของนักแข่งคนนั้น ๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ Repsol Honda Team ยึดถือมาโดยตลอด โดยการปรับแต่งช่วงล่างทั้งหมดจะมีผู้เชี่ยวชาญจากทางแบรนด์ Öhlins เองมาคอยให้คำปรึกษาในส่วนของการปรับแต่งและการดูแลอย่างใกล้ชิด

 

  • Braking System (ระบบเบรก) ระบบเบรกในรถแข่งระดับ 200 กว่าแรงม้า ที่ขับเคี่ยวกันในย่านความเร็วสูงนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งระบบเบรกที่ใช้ใน Honda RC213V จะเป็นระบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเบรกหน้าเป็นดิสก์คู่แบบคาร์บอนไฟเบอร์ ขนาด 340 มิลลิเมตร มีน้ำหนักเบาเพียง 850 กรัม และสามารถทนความร้อนได้สูงกว่า 800 องศาเซลเซียส และสำหรับระบบเบรกหลัง จะเป็นดิสก์เบรกแบบเดี่ยว ทั้งนี้ระบบเบรกหน้าจะใช้ของ Brembo และเบรกหลังจะใช้ของ Yutaka โดยทำงานร่วมกับปั๊มเบรกของ Brembo ทั้งหมดนั่นเอง

 

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-rc213v-detail

 

  • Fairing (แฟริ่ง) โดยแฟริ่งหรือหน้ากากที่คลุมโครงรถของ Honda RC213V ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่น โดยออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ช่วยในการรีดศักยภาพของตัวรถทั้งในเรื่องของการทำความเร็วและการควบคุมรถให้มีความสมดุลยิ่งขึ้น

 

  • Wheel (ระบบล้อของรถมอเตอร์ไซค์) วงล้อของ Honda RC213V ผลิตจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์ ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านน้ำหนักที่เบา แต่มีความแข็งแรงและทนทานสูง มีขนาด 17 นิ้วเท่ากันทั้งล้อหน้าและล้อหลัง สำหรับยางที่มาประกบกับล้อนั้นจะเป็นยางคุณภาพสูงจากค่าย Michelin (ตามกฎระเบียบของการแข่งขัน ทุกทีมต้องใช้ยางที่จัดเตรียมไว้ให้จากค่าย Michelin เท่านั้น) ซึ่งลักษณะของยางจะมีให้เลือกอยู่ด้วยกัน 3 แบบ ประกอบไปด้วย Soft, Medium และ Hard (บางสนามอาจมีมากกว่า 3 แบบ เช่น สนาม Chang International Circuit ที่ Michelin จัดเตรียมไว้ 4 แบบ ซึ่งการเลือกจัดเตรียมนั้นขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของสนามและสภาพอากาศของสนามในประเทศนั้น ๆ) โดยทั้ง 3 แบบจะมีให้เลือกใช้ด้วยกัน 2 ชนิดตามสภาพอากาศ ก็คือยาง Slick ที่นิยมใช้ในสภาพสนามปรกติ หรือยาง Wet ที่นักแข่งเลือกใช้ในสภาพสนามแบบเปียก ซึ่งการเลือกยางที่นำมาใช้กับรถแข่งนั้น ตัวนักแข่งเองที่จะเป็นคนเลือกว่าจะใช้ยางชนิดไหนลงไปขับเคี่ยวในการแข่งเรซนั้น ๆ

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-rc213v-detail

          อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า การพัฒนารถ Honda RC213V เพื่อให้นักแข่งสามารถรีดประสิทธิภาพสูงสุดได้ตรงตามความต้องการ ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันนั้น เปรียบได้กับนักดาบผู้เก่งกาจที่มาพร้อมกับดาบชั้นเลิศ และถึงแม้ว่า Honda RC213V ที่ขับขี่โดยนักบิดชาวสเปน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นปรากฏการณ์แห่งวงการ MotoGP™ อย่าง Marc Márquez จะคว้าแชมป์มานับไม่ถ้วน แต่การพัฒนารถแข่งให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ Repsol Honda Team ที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ในการรักษาความเป็นเบอร์ 1 ในวงการนี้ไปอีกยาวนาน

 

Credits :

https://www.greatbiker.com/รีวิว-2018-honda-rc213v-รถแข่งระดับ-motogp-specs-review/

http://www.motorival.com/motogp-bike-difference/

https://motogp.hondaracingcorporation.com/rc213v-2018/

https://www.boxrepsol.com/en/motogp-en/new-motogp-regulations-for-2018/

https://www.youtube.com/watch?v=8z9kEkOfelw&t=16s

ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Honda-BigBike-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-ข่าวประชาสัมพันธ์-helmet-Marc-Márquez-MotoGP-20181227
27
ธ.ค.

รวมหมวกลายต่าง ๆ ของ “Marc Márquez” ใน MotoGP™

นี่คือการรวบรวมลายหมวกของแชมป์โลกคนปัจจุบันจาก Repsol Honda Team ไว้หลากหลายแบบให้ได้รู้จัก

honda-bigbike-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-ข่าวประชาสัมพันธ์-repsol-honda-team-motogp-2018-20181203
3
ธ.ค.

ความสำเร็จของ Repsol Honda Team ใน MotoGP™ 2018

Repsol Honda ส่ง Honda ควบ Triple Crown Champion สุดยิ่งใหญ่เถลิงบัลลังค์แชมป์เปี้ยนตัวจริง

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-20181114-DNA-Honda-BigBike
15
พ.ย.

DNA สายพันธุ์แชมป์โลกที่ถูกถ่ายทอดสู่ Honda BigBike

ราชันย์แห่งสนามแข่งการันตีด้วยแชมป์มากมาย ถ่ายทอดจิตวิญญาณสู่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สายพันธุ์สปอร์ตสุดเร้าใจบนท้องถนน