ตามรอยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของ MotoGP

31 ก.ค. 2561

           

          สำหรับคนที่ยังไม่ทราบหรือไม่ได้คลุกคลีสนใจในวงการรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต หากต้องนึกถึงการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์สักรายการหนึ่ง ชื่อของ MotoGP คงเคยผ่านเข้าหูมาบ้างไม่มากก็น้อย แล้วการแข่งขัน MotoGP ที่ว่านี้มันมีที่มาอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีแฟน ๆ คอยติดตามอยู่ทั่วโลกกันได้ขนาดนี้ บทความนี้มีคำตอบให้ตามไปอ่านกันครับ

 

honda-bigbike-ข่าวประชาสัมพันธ์-20180731-motogp-history

         

          การแข่งขัน กรังด์ปรีซ์มอเตอร์ไซค์เคิลเรซซิ่ง (Grand Prix Motorcycle Racing) ถูกจัดตั้งขึ้นโดย Fédération Internationale de Motocyclisme (FIM) หรือ สมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ ซึ่งทำการจัดแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบโดยใช้ชื่อว่า GP เป็นครั้งแรกของโลกในปี 1949 หรือ พ.ศ. 2492 ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการแข่งขันกีฬารถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตระดับโลกที่เก่าแก่ที่สุด โดยมีการแบ่งรุ่นการแข่งขันออกเป็น 125 cc / 250 cc / 500 cc / Side Car 600 cc ตามลำดับ ในส่วนของกฎกติกาการแข่งขันรวมไปถึงสเปกต่าง ๆ ของเครื่องยนต์เองได้มีการเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ เราได้สรุปเป็น Timeline ไว้ให้เข้าใจกันง่าย ๆ ตามนี้ครับ

 

- ปี 2002 ทาง FIM ออกกฎการแข่งขันใหม่ โดยอนุญาตให้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ รวมถึงเพิ่มขนาดความจุของเครื่องยนต์เป็น 990 cc ซึ่งสาเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงก็เนื่องมาจากเครื่องยนต์ 2 จังหวะเริ่มไม่เป็นที่นิยมในตลาดนั่นเอง และในปีนี้เองที่ได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น MotoGP อย่างเป็นทางการ

 

- ปี 2007 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฏกติกาใหม่อีกครั้ง โดยจำกัดเครื่องยนต์ที่ 800 cc

 

- ปี 2010 เริ่มเปลี่ยนรุ่น 250 cc ให้เป็น 600 cc 4 จังหวะ 4 สูบ ปีนี้เองที่ทางฮอนด้า เป็นผู้จัดเครื่องยนต์ให้ทีมต่าง ๆ เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมกันในการแข่งขัน และเรียกรายการนี้ว่า Moto2

 

- ปี 2012 เปลี่ยนกฎกติกาใหม่อีกครั้ง โดยกำหนดให้

 

  • สำหรับรุ่น MotoGP รถที่เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องมีเครื่องยนต์ขนาด 1000 cc 4 สูบ จะเป็นเครื่อง V (เครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้วางทำมุมกันราว ๆ 45 องศา โดยวัดจากแนวตั้งฉากของแนวชักลูกสูบ โดยจะมีการจุดระเบิดกันตามมุมองศา และรอบเครื่องตามแต่ที่แต่ละผู้ผลิตออกแบบมา) หรือเครื่อง In-Line (เครื่องยนต์แบบกระบอกสูบเรียง) ก็ได้ แต่ต้องมีแรงม้าไม่ต่ำกว่า 240 แรงม้า และน้ำหนักโดยรวมของรถต้องไม่ต่ำกว่า 160 กิโลกรัม

 

  • สำหรับรุ่น Moto2 กำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 600 cc 4 สูบ แบบ In-Line โดยทางฮอนด้าจะเป็นผู้ผลิต และส่งมอบเครื่องยนต์ให้ทุกทีมใช้งานเพื่อความเสมอภาคในการแข่งขัน ทั้งนี้ทุกทีมที่ได้รับเครื่องยนต์ไปแล้ว สามารถนำไปปรับแต่งเพิ่มเติมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎและกติกาที่กำหนดไว้

 

  • สำหรับรุ่นเล็กอย่าง Moto3 กำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 250 cc 1 สูบ แรงม้าต้องไม่น้อยกว่า 55 แรงม้า โดยที่เครื่องยนต์นี้แต่ละทีมสามารถออกแบบได้เอง ส่วนกติกาอื่น ๆ มีกำหนดไว้ว่านักแข่งแต่ละคนต้องมีอายุไม่เกิน 28 ปี และสำหรับผู้ที่เข้าแข่งเป็นครั้งแรกต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี และน้ำหนักรวมของนักขับกับตัวรถต้องไม่น้อยกว่า 148 kg

         

honda-bigbike-ข่าวประชาสัมพันธ์-20180731-motogp-history

          

          ความพิเศษที่ทำให้ MotoGP แตกต่างจากการแข่งขันมอเตอร์ไซค์รายการอื่น ๆ นั่นก็คือ รถมอเตอร์ไซค์ทุกคัน จัดว่าเป็นรถต้นแบบที่ถูกผลิตเพื่อใช้แข่งขันรายการนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไปแต่อย่างใด จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกทีมสามารถทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ลงไปในตัวรถได้อย่างเต็มที่ ทำให้แต่ละทีมสามารถนำผลลัพธ์จากการทดลองในการแข่งขันไปต่อยอดและพัฒนาในรถมอเตอร์ไซค์รุ่นที่จัดจำหน่ายทั่วไปได้อีกด้วย ต้องบอกว่าเป็นกีฬาแข่งขันที่พัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัยจริง ๆ

          ส่วนเรื่องประวัติศาสตร์ และความสำเร็จของแต่ละทีมนั้น ขออนุญาตเจาะไปที่ทีม Repsol Honda ซึ่งจัดได้ว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันนี้อย่างล้นหลาม ขึ้นครองจ้าวแห่งรายการ MotoGP ได้อย่างภาคภูมิตั้งแต่ยุคสมัยของ “จิงโจ้ไฟ” Mick Doohan ที่คว้าแชมป์ 5 สมัย และการขึ้นโพเดี้ยมอย่างสะใจของ “เดอะ เคนตั๊กกี้ คิด” Nicky Hayden มาจนถึงยุคประวัติศาสตร์ของ “เจ้าหนูระเบิด” Marc Márquez นักบิดดาวเด่นจากสเปนที่จัดการทำลายทุกสถิติที่มี และก้าวขึ้นเป็นนักขับที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์ MotoGP ด้วยวัยเพียง 20 ปีกับ 63 วัน

 

honda-bigbike-ข่าวประชาสัมพันธ์-20180731-motogp-history

         

          นอกจากเรื่องการปรับเปลี่ยนสเปกเครื่องยนต์ของการแข่ง และความไม่เหมือนใครของรถแข่งใน MotoGP แล้ว จำนวนสนามที่ใช้แข่งต่อ 1 ฤดูกาลก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน นับจากปี 1949 ที่มีการจัดแข่งเพียง 6 สนามต่อปี มาจนถึงปัจจุบันในปี 2018 มีการเพิ่มการแข่งขันต่อปีทั้งหมดถึง 19 สนามทั่วโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เพราะ 1 ใน 19 สนามนั้น คือสนาม Chang International Circuit ณ จังหวัดบุรีรัมย์นั่นเอง ซึ่งรอบการแข่งขันของ MotoGP จะเวียนมาถึงคิวของสนามช้างของเราในช่วงเดือนตุลาคม 2018 โอกาสดี ๆ แบบนี้บอกเลยว่าห้ามพลาด ร่วมไปส่งแรงเชียร์แรงใจ และร่วมชม Marc Márquez “เจ้าหนูระเบิด” สุดหล่อดีกรีแชมป์โลก “พ่อใหญ่จิ๋ว” Dani Pedrosa และความ Professional ของทีม Repsol Honda ด้วยสายตาคุณเอง

          ฟังเสียงเครื่องยนต์ และล้อที่บดสนามให้หัวใจเต้นแรง เพราะนี่คือการแข่งขันสุดเร้าใจที่มีมาอย่างยาวนานบนโลกมนุษย์

Credit : www.motogp.com/en/Inside+MotoGP/History