Honda Africa Twin กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ใน Motor Show 2018

3 เม.ย. 2561

          หลังจากเปิดตัวให้ทุกสายตาจับจ้องกันไปแล้วในงาน EICMA 2017 ที่เมืองมิลาน ประเทศ อิตาลี เมื่อปีที่ผ่านมา Honda CRF1000L Africa Twin สุดยอดรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์ รุ่นใหม่ประจำปีนี้ก็ได้ฤกษ์ข้ามทวีปมาให้ทุกคนได้สัมผัสก่อนไปตะลุยแบบออฟโรดบนแผ่นดินประเทศไทยของเรากันแล้ววันนี้ที่บูธ ฮอนด้า ในงาน The 39TH Bangkok International Motor Show 2018 เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาวันนี้เราจะพาคุณไปดูกันว่า รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์ รุ่นใหม่อย่าง Honda CRF1000L Africa Twin คันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-Afica-twin-ข่าวผลิตภัณฑ์-News-Products-CRF1000L-Afica-Twin

 

จุดเริ่มต้นของรถมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์ Honda CRF1000L Africa Twin

          หลังจาก Honda NXR750 สามารถเอาชนะในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์แรลลี่รายการ Paris-Dakar Rally ได้ถึง 4 ครั้งซ้อนทาง ฮอนด้า จึงได้จับมือกับ HRC (Honda Racing Corporation) นำเอา Honda NXR750 มาพัฒนาต่อยอดเป็นรถมอเตอร์ไซค์ แอดเวนเจอร์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ เสือภูเขาสำหรับให้คนทั่วไปสามารถนำไปขับขี่สไตล์แรลลี่นอกสนามแข่งได้ จนในปี 1988 ฮอนด้า ก็ได้ทำการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์ Honda XRV650 Africa Twin ซึ่งถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์เจเนอเรชันแรกของ ฮอนด้า ที่อยู่ภายใต้ชื่อ Africa Twin และรถมอเตอร์ไซค์ซีรีส์นี้ก็ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

 

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-Afica-twin-ข่าวผลิตภัณฑ์-News-Products-CRF1000L-Afica-Twin

 

30TH Anniversary: Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports

          เป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ Honda Africa Twin ได้สร้างมาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์ แอดเวนเจอร์ขึ้นมาและถูกผลิตออกขายสู่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ทั่วโลก ดังนั้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีที่รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Africa Twin นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ทาง ฮอนด้า จึงได้ทำการปรับโฉมรถมอเตอร์ไซค์ซีรีส์นี้ขึ้นมาใหม่แบบยกคัน โดยความพยายามนั้นก็ได้สัมฤทธิ์ผลออกมาให้ทุกคนได้เห็นกันเป็น Honda Africa Twin ประจำปี 2018 นี้จำนวน 2 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย

  • Honda CRF1000L Africa Twin Standard
  • Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports

         โดยแบ่งแยกย่อยไปตามแต่ละรุ่นอีก คือ รุ่น MT (Manual Clutch) ระบบเกียร์คลัทช์ธรรมดา และ DCT (Dual-Clutch Transmission) ระบบเกียร์คลัทช์คู่ ส่วน Honda Africa Twin ทั้ง 2 รุ่น นั้นจะมีฟังก์ชันที่แตกต่างกันอะไรบ้างต้องตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

 

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-Afica-twin-ข่าวผลิตภัณฑ์-News-Products-CRF1000L-Afica-Twin

         

1. Honda CRF1000L Africa Twin: True Adventure

         ตอกย้ำการกลับมาของ Honda CRF1000L Africa Twin รุ่นใหม่ประจำปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ ที่ผ่านการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ True Adventure ให้การขับขี่บนเส้นทางวิบากยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยจุดเด่นที่ประกอบด้วย

  • ระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire ที่มาพร้อม Riding Mode Selection ที่ปรับได้ด้วยกันถึง 3 Preset เพียงแค่กดสวิทช์ที่ซ้ายมือ ประกอบด้วย

               1. Urban สำหรับขับบนถนนในเมือง

                  2. Tour สำหรับขับขี่พร้อมบรรทุกสัมภาระ

                  3. Gravel สำหรับขับขี่บนเส้นทางวิบากแบบออฟโรด

                 โดยนอกจากนั้นก็ยังสามารถใช้ Mode ที่ปรับแต่งได้เองตามผู้ขับขี่ได้อีกด้วย (Customizable User Mode)

  • Honda Selectable Torque Control (HSTC) ซึ่งสามารถปรับระดับ Torque ได้มากถึง 7 ระดับ
  • ตัวเบาะแบบปรับแต่งความสูงได้ 20 มิลลิเมตร ในแนวตั้ง (ขนาดความสูงจากพื้นดินระหว่าง 850-870 มิลลิเมตร)
  • ที่พักขาที่มีขนาดกว้างยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยของการขับขี่ในท่ายืน
  • ไฟเลี้ยว LED ที่มาพร้อมระบบ Auto Cancel ที่จะช่วยปิดไฟเลี้ยวให้ในกรณีที่ระบบตรวจจับได้ว่าผู้ขับขี่ลืมปิดไฟเลี้ยว
  • ระบบกันสะเทือนหน้าหลัง

 

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-Afica-twin-ข่าวผลิตภัณฑ์-News-Products-CRF1000L-Afica-Twin

       

2. Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports

          สำหรับรุ่น Adventure Sports นั้นได้เพิ่มในส่วนฟังก์ชันต่าง ๆ มากขึ้นไปกว่ารุ่น Standard ทำให้ Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports คันนี้ยกระดับมิติแห่งการขับขี่ไปอีกระดับ ด้วยฟังก์ชันที่ตอบสนองการใช้งานที่มากยิ่งขึ้น กล่าวคือนอกจากจะสามารถใช้งานบนเส้นทางวิบากได้อย่างดีเยี่ยมยิ่งขึ้นแล้ว ก็ยังสามารถขับขี่ทำความเร็วบนเส้นทางถนนได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นหลัก ๆ ของ Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports คันนี้ก็มีดังนี้

  • ถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ ขนาด 24.2 ลิตร ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมตอบโจทย์การขับขี่ในระยะทางที่ไกลมากยิ่งขึ้น พร้อมส่วนเว้าส่วนโค้งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้รับเข้ากับช่วงเข่าของผู้ขับขี่ เพื่อให้การทรงตัวที่มั่นคง รู้สึกสบายในทุกท่วงท่า
  • Skid Plate ขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบใหม่มาเพื่อปกป้องเครื่องยนต์ และกันการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นได้จากสภาพอากาศและเส้นทางที่หฤโหดยิ่งกว่าเดิม
  • หน้าจอแสดงผล LCD มัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจาก CRF Rally ที่มาพร้อมระบบมาตรวัดความเร็วดิจิตอลและมาตรวัดแบบมัลติฟังก์ชันอีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีช่องเสียบไฟ ACC สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • High Widescreen บังลมหน้าใหม่ที่สูงเพิ่มขึ้น 80 มิลลิเมตร กันลมและฝุ่นได้ดียิ่งกว่า ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่จากแรงต้านของลม
  • เบาะที่นั่งดีไซน์พิเศษให้ลงตัวกับการใช้งานหลากหลายสไตล์ เสริมความสะดวกสบายในการขับขี่ทั้งตอนทำความเร็วในระยะไกลและตอนผจญภัยในแบบออฟโรด อีกทั้งยังมี Rack บรรทุกของจากสเตนเลสสตีลที่แข็งแกร่ง พร้อมรับน้ำหนักสัมภาระในการเดินทาง 
  • ระบบกันสะเทือนใหม่ที่ออกแบบและปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาพถนน โช้กอัพคู่หน้ารองรับแรงกระแทกด้วย Cushion Stroke ที่ยาวถึง 226 มิลลิเมตร และระบบรองรับด้านหลังมี Axel Travel ขนาด 240 มิลลิเมตร
  • ฟังก์ชัน TBW (Throttle by Wire) ระบบคันเร่งไฟฟ้าส่งสัญญาณผ่านทาง GRIP APS (Acceleration Position Sensor) และปลอกแฮนด์จับที่มาพร้อมระบบทำความร้อนช่วยให้การขับขี่ในสภาพอากาศหนาวสะดวกยิ่งขึ้น
  • ดีไซน์ส่วนหน้าอันโฉบเฉี่ยวของท่อเหล็กหลายชิ้นที่รวมไว้ด้วยกัน โดย Sump Guard ใต้ไฟหน้า ถูกออกแบบให้แข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันส่วนของถังน้ำมันจากการกระแทก

 

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-Afica-twin-ข่าวผลิตภัณฑ์-News-Products-CRF1000L-Afica-Twin

   

     ในส่วนของสี Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports มาพร้อมกับสีที่สื่อถึงความเป็น Africa Twin รุ่นต้นฉบับได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือสี Pearl Glare White (WHT) และสำหรับรุ่น Honda CRF1000L Africa Twin Standard นี้มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ประกอบด้วย

  • Mat Ballistic Black Metallic (BLK)
  • Grand Prix Red (R-B)
  • Pearl Glare White (WHT)

         ด้วยฟังก์ชันใหม่ ๆ จัดเต็มของที่สุดแห่งรถมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์ อย่าง Honda CRF1000L Africa Twin และ Honda CRF1000L Africa Twin Adventure Sports นี้ น่าจะทำให้ไบค์เกอร์สายวิบากสนใจได้ไม่มากก็น้อยโดยหากใครต้องการอยากเป็นเจ้าของหรืออยากเห็นตัวจริงของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์คันนี้ ก็สามารถมาดูกันได้แล้วที่บูธ ฮอนด้า ที่งาน The 39TH Bangkok International Motor Show 2018 ในวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 หรือหากใครพลาดไปไม่ทัน ก็ไปสัมผัสได้ที่ Honda BigWing ทุกสาขา

ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

กว่าจะเป็น All New Honda Goldwing 2018
4
เม.ย.

กว่าจะเป็น All New Honda Goldwing 2018

ตามดูวิวัฒนาการ Honda Goldwing ราชามอเตอร์ไซค์ ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา และการกลับมาในครั้งนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

“Express Your Rebel” 20 สไตล์การแต่ง Honda Rebel
31
มี.ค.

“Express Your Rebel” 20 สไตล์การแต่ง Honda Rebel

ตามไปดูสไตล์การแต่งรถมอเตอร์ไซค์ Honda Rebel 500 ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง 20 คัน จากกิจกรรม Express Your Rebel

Honda-bigbike-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-บิ๊กไบค์-ฮอนด้า-News-ข่าวประชาสัมพันธ์
8
ก.พ.

Honda ชวน 2 สื่อ ทดสอบ Honda Goldwing ไกลถึง USA

Fast Bike Thailand และ Shift Up ร่วมทดสอบสมรรถนะของ Honda Goldwing รุ่นใหม่ 2018 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา