ส่องวิวัฒนาการเทคโนโลยีระดับสนามแข่งกับบิ๊กไบค์ CBR1000RR

16 ก.พ. 2561

            เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ Honda BigBike ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีสุดล้ำจากสนามแข่งสู่สุดยอดบิ๊กไบค์สายพันธุ์ Super Sport ที่มีชื่อว่า CBR1000RR (หรือที่เรียกกันว่า Fireblade ในบางประเทศ) โดยในวันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนไปเปรียบเทียบรถมอเตอร์ไซค์ CBR ที่ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปต์ที่มีชื่อว่า “Total Control” คันนี้ กันตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยว่า มีเทคโนโลยี ฟีเจอร์เด็ด ๆ อันไหนบ้างที่ถูกนำมาบรรจุอยู่ในมอเตอร์ไซค์คันนี้

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

1. First-Generation CBR900RR ปี 1992

            ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการจะสร้างมอเตอร์ไซค์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถเอาชนะ RVF750 ในการแข่งขัน Suzuka 8 Hours Endurance Road Race ทาง Honda จึงได้ทำการพัฒนาการวิจัย จนในปี 1992 ความตั้งใจของ Honda สัมฤทธิผลออกมาเป็น CBR900RR มอเตอร์ไซค์ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับมอเตอร์ไซค์ Sport รุ่นเรือธงอื่น ๆ ของคู่แข่ง ซึ่ง CBR900RR รุ่นต้นกำเนิดคันนี้ มีน้ำหนักเพียง 185 กิโลกรัมซึ่งถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในคลาสของสมัยนั้น

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

2. Second-Generation CBR900RR ปี 1994

            2 ปีถัดมาหลังจากรุ่นแรกได้เปิดตัว CBR900RR รุ่นที่สองนี้ก็ได้ถูกพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาเพิ่มเอา ขาตะเกียบหน้าแบบปรับแต่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Fully Adjustable Front Fork) เข้ามาประกอบ ช่วยให้ CBR900RR รุ่นที่ 2 คันนี้มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นก็ยังยกระดับความเบาของตัวรถไปอีกขั้นด้วยการปรับชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนส่วนบนของโครงกระจังหน้ารถที่เคยทำจากเหล็กไปเป็นอลูมิเนียม การเปลี่ยนวัสดุในการทำฝาครอบกระบอกสูบจากอลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม

 

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

3. Third-Generation CBR900RR ปี 1996

            ด้วยท่อไอเสียสแตนเลสแบบใหม่ ถังน้ำมันที่ถูกปรับรูปร่างใหม่ และการตัดเอา Fuel Pump ออกไป ทำให้ CBR900RR รุ่นปี 1996 คันนี้มีน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 183 กิโลกรัม นอกจากนั้นยังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งในการขับขี่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้เสถียรภาพในการบังคับรถดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

4. Fourth-Generation CBR900RR ปี 1998

            ย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น มอเตอร์ไซค์ตระกูล CBR นี้ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตลอด เนื่องจากยิ่งน้ำหนักเบา ก็ยิ่งส่งผลต่อความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ โดยในปี 1998 นี้ ชิ้นส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นของ CBR900RR คันนี้ก็ได้ถูกดีไซน์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง จนมีน้ำหนักเหลือแค่เพียง 180 กิโลกรัม นอกจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของสมรรถนะความคล่องแคล่ว สวิงอาร์มแบบใหม่ที่มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

5. Fifth-Generation CBR900RR ปี 2000

            ใน 2000 นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Honda ได้นำเอาระบบหัวฉีด PGM-FI หรือ Programmed Fuel Injection มาประกอบอยู่บนมอเตอร์ไซค์ตระกูล CBR โดยระบบ PGM-FI นี้ก็คือการนำเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาควบคุมการฉีดจ่ายน้ำมันนั่นเอง ส่งผลให้ CBR900RR คันนี้มีประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ดีมากยิ่งขึ้น มีปริมาณที่ไอเสียต่ำ และประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

6. Sixth-generation CBR900RR ปี 2002

            ถือเป็นรุ่นสุดท้ายของซีรีส์ที่ใช้ชื่อ CBR900RR โดยสำหรับโมเดลเจเนอเรชัน 6 รุ่นปี 2002 นี้ ก็ได้มีการขยับเครื่องยนต์ไปเป็น 954ซีซี ในส่วนของขนาดรูลูกสูบก็มีขนาดกว้างขึ้นกว่าเดิมจาก 74 มม. ไปเป็น 75 มม. ซึ่งส่งผลให้สลักลูกสูบและลูกสูบมีน้ำหนักลดลงจากเดิม ซึ่งช่วยป้องกันอาการสั่นที่เกิดขึ้นจากขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยน้ำหนักของ CBR900RR เจเนอเรชันนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 168 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นปี 2000 อยู่ 2 กิโลกรัม

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

7. Seven-generation CBR1000RR ปี 2004

            ในโมเดลเจเนอเรชันที่ 7 นี้ ถือเป็นรุ่นแรกที่เริ่มใช้ชื่อ CBR1000RR โดยสำหรับรุ่นนี้ก็ได้นำเข้าเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายจากสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวฉีดแบบใหม่ PGM-DSFI (Programmed Dual Sequential Fuel Injection) ซึ่งประกอบด้วยหัวฉีดแยกจำนวน 2 หัวต่อ 1 สูบ ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น หรือระบบประจุอากาศทางตรง (Direct Air Induction System) ที่จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

8. Eighth-generation CBR1000RR ปี 2006

            CBR1000RR รุ่นปี 2006 คันนี้มีส่วนที่พัฒนาขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่อไอเสียปรับใหม่ที่ช่วยให้กระบวนการเผาไหม้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้แรงบิดของเครื่องยนต์ในช่วงความเร็วกลางมีความมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นก็มีการขยายเส้นผ่าศูนย์กลางของดิสก์เบรกหน้าให้ใหญ่ขึ้นจาก 310 มม. ไปเป็น 320 มม. พร้อมกับลดความหนาของจานเบรกจาก 5 มม. ลงเหลือแค่ 4.5 มม. ส่งผลให้ CBR1000R รุ่นนี้นั้นมีประสิทธิภาพในการเบรกดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีน้ำหนักของตัวรถลดลงอีกด้วย

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

9. Ninth-generation CBR1000RR ปี 2008

            ภายใต้คอนเซปต์ All the Best in Super Sport เจเนอเรชันที่ 9 ของ CBR1000RR คันนี้ถูกออกแบบโดยเน้นในเรื่องของความง่ายในการขับขี่เป็นหลัก โดยได้นำเอาระบบ Back Torque Limiter System หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อว่า Slipper Clutch มาจากมอเตอร์ไซค์แข่งโมเดล RC212V โดยระบบดังกล่าวจะช่วยลดอาการล้อหลังล็อคและท้ายปัดในขณะที่ทำการเชนเกียร์

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

10. Tenth-generation CBR1000RR ปี 2009

            ระบบเบรก ABS หรือ Anti-Lock Braking System ของ CBR1000RR คือ ระบบ Combined ABS ที่ควบคุมโดยไฟฟ้าระบบแรกบน มอเตอร์ไซค์ Super Sport ซึ่งระบบเบรกอันนี้จะทำการแปลงแรงดันที่เกิดจากการเหยียบเบรกของผู้ขับขี่ให้กลายเป็นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งสัญญาณนี้ไปสั่งการให้กลไก ABS ทำงานเมื่อแรงดันถึงจุดที่กำหนดไว้ ซึ่งกลไกการทำงานนี้จะช่วยป้องกันอาการล้อล็อค ท้ายปัด ซึ่งมักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ได้นั่นเอง

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

11. Eleventh-generation CBR1000RR ปี 2010

            พัฒนาต่อยอดจากโมเดลปี 2009 โดยสำหรับ CBR1000RR เจเนอเรชันที่ 11 นี้ได้ถูกขัดเกลาในทุก ๆ ส่วนเพื่อให้ตอบโจทย์การขับขี่สไตล์สปอร์ตให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดย Honda ได้เพิ่มเส้นผ่านศูนย์กลางของ ACG Flywheel ให้สามารถสะสมแรงเฉื่อยได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้แรงบิดในช่วง rpm ต่ำดียิ่งขึ้น ทำให้การออกตัวของรถนุ่มนวลยิ่งกว่าเดิม

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม

12. Twelfth-generation CBR1000RR ปี 2012

            สมรรถนะในการควบคุมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของมอเตอร์ไซค์ Super Sport ดังนั้นในโอกาสครบรอบ 20 ปีของตระกูล CBR ทาง Honda จึงได้เพิ่มเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุม CBR1000RR เจเนอเรชันนี้ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีลูกสูบยักษ์กันสะเทือนของ Showa ระบบหน้าปัด LCD และการอัพเดทซอฟท์แวร์ของระบบเบรก Combined-ABS ส่งผลให้ CBR1000RR รุ่นนี้ครบเครื่องในเรื่องการควบคุมยิ่งกว่าเดิม

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-CBR1000RR-ข่าวประชาสัมพันธ์-News-Activity-กิจกรรม-

13. All New Honda CBR1000RR ปี 2017

            ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของตระกูล CBR ในปี 2017 Honda BigBike ก็ได้ทำการปรับโฉม CBR1000RR ใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่ชุดไฟหน้า, ไฟท้าย และไฟเลี้ยว LED พร้อมด้วยท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ที่ผลิตจากไทเทเนียม ในส่วนของน้ำหนักของรถก็เบาลงถึง 16 กิโลกรัม นอกจากนั้นก็ยังมีในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่จะช่วยให้การขับขี่สนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Throttle By Wire ระบบใหม่ที่ทำงานควบคู่กับระบบ ควบคุมแรงบิดแบบเลือกได้ Honda Selectable Torque Control ที่สามารถตรวจจับความเร็วล้อด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมรถได้อย่างมีอิสระมากขึ้น ระบบ Power Selector ที่ทำให้เราสามารถตั้งค่ากำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับแรงบิดคันเร่งได้ และ ระบบ Engine Brake Control ซึ่งสามารถปรับเลือกตั้งค่าเองได้ตามต้องการ หรือจะเลือกใช้โหมดขับขี่ที่ตั้งไว้เป็นค่ามาตรฐานก็ได้

            หากคุณตามอ่านมาจนถึงตรงนี้ก็คงรู้กันแล้วว่า มอเตอร์ไซค์ สายพันธุ์ Super Sport ประวัติยาวนานกว่า 20 ปีอย่าง CBR1000RR คันนี้ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ ที่ไม่เคยขาดสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีเลย หากใครสนใจสัมผัสความสวยงามและเทคโนโลยีสุดล้ำของ CBR1000RR ก็ติดต่อเข้ามาดูกันได้ที่ ศูนย์ Honda BigWing ทุกสาขา

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://world.honda.com/CBR1000RR/history/timeline/

 

ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Honda-Motorcycle-BigBike-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-บิ๊กไบค์-ข่าวผลิตภัณฑ์-20180706-different-between-cbr-and-cb
6
ก.ค.

ความต่างของ 2 รถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์สปอร์ต CBR และ CB

เผยข้อแตกต่างระหว่างซีรีส์ของ BigBike สายพันธุ์สปอร์ต 2 รุ่น คือ CBR และ CB ว่าแต่ละซีรีส์มีความโดดเด่นอย่างไร