Product News

Product News

เจาะลึก 3-STEP RIDING MODES กับการใช้งาน 3 รูปแบบ

7 มิ.ย. 2562

 

 

         เชื่อว่า ณ เวลานี้ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาส 250 ซีซี หากพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความสปอร์ตมากที่สุด คงหนีไม่พ้น New CBR250RR ‘Beating Master’ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของดีไซน์ ความแรง หรือสมรรถนะก็ตาม ทั้งหมดถูกออกแบบและถอดรหัสออกมาจากรถมอเตอร์ไซค์ในสนามแข่งทั้งสิ้น ซึ่งทุกสิ่งที่ถูกดีไซน์ในรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ก็เพื่อความสนุก เร้าใจ ในการขับขี่ และเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้อารมณ์ของความเป็นรถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์สนามแข่งอย่างเต็มพิกัด

           หนึ่งในนั้นมีเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นไม้เด็ดของ New CBR250RR ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับทุกจังหวะการบิดมากยิ่งขึ้น นั่นคือ ‘3-STEP RIDING MODES’ หรืออธิบายง่าย ๆ คือ เป็นเทคโนโลยี ‘ที่ให้ผู้ขับขี่ปรับโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ’ นั่นเอง วันนี้เราไปทำความรู้จักกับเจ้า ‘3-STEP RIDING MODES’ ใน New CBR250RR กันไปดูว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

           3-STEP RIDING MODES เป็นระบบการควบคุมการกำงานของเครื่องยนต์ ให้ตอบรับการขับขี่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำงานผสานกับระบบคันเร่งไฟฟ้า (THROTTLE-BY-WIRE) ที่มีอยู่ใน New CBR250RR โดยเจ้าคันเร่งไฟฟ้าจะทำหน้าที่ตรวจวัดแรงบิดคันเร่งและส่งข้อมูลไปยังกล่อง ECU เพื่อประมวลผลว่าควรปล่อยอัตราเร่งมาเท่าไร ถึงจะเหมาะสมกับโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับขี่เลือกไว้

           ซึ่งรูปแบบการขับขี่ทั้ง 3 โหมดใน New CBR250RR มีดังนี้ คือ Comfort, Sport  และ Sport+ แน่นอนว่าทุกโหมดการขับขี่ได้มีเหตุผลและความหมายในตัวของมัน ไปดูกัน ว่าแต่ละโหมดมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

  • Comfort Mode

           โหมดนี้ถือว่าเป็นโหมดที่มีอัตราเร่งน้อยที่สุดในบรรดา 3 โหมด ซึ่งการตอบสนองของรถมอเตอร์ไซค์ก็จะเป็นไปในลักษณะที่นุ่มนวล ขับขี่สบาย สมชื่อ ‘Comfort Mode’ การออกตัวผู้ขี่จะไม่รู้สึกถึงแรงกระชากและความเร็วก็จะไต่ระดับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

           แน่นอนว่า ‘Comfort Mode’ ถูททำขึ้นมาให้เหมาะแก่การขับขี่ในเมืองเป็นหลัก เพราะความเร็วคงไม่ใช่เรื่องจำเป็นเท่าไร หากต้องขับขี่ในเมือง แถมการที่มีอัตราเร่งที่น้อยจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่าอีกด้วย

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

  • Sport Mode

           เมื่อคุณต้องการใช้ความเร็ว คุณก็สามารถปรับ New CBR250RR ให้เข้าสู่ Sport Mode ได้ โดยในโหมดนี้อัตราเร่งของรถมอเตอร์ไซค์จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นพอประมาณ รอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้นกว่า Comfort Mode ซึ่งเราได้มีโอกาสให้อดีตนักแข่งมอเตอร์ไซค์ของทีม เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อย่าง ‘ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์’ ได้ทดลองขับและได้ผลตอบรับว่าผู้ขับขี่จะรับรู้ถึงอัตราเร่งที่ตอบสนองอย่างเต็มที่เมื่อบิดเพียงแค่ครึ่งคันเร่ง

           Sport Mode นั้นถูกพัฒนามาเพื่อการขับขี่บนท้องถนนที่สามารถทำความเร็วได้ อย่างเช่น ถนนนอกเมือง หรือการขับขี่ทางไกล ซึ่งโหมดนี้จะทำให้ผู้ขับขี่ได้สนุกและได้ใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยลดอาการเหนื่อยล้าในการขับขี่ได้มาก เนื่องจากอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

  • Sport+ Mode

           โหมดนี้จะเป็นโหมดที่ปลดปล่อยพละกำลังของ New CBR250RR อย่างเต็มที่ ทำให้คุณได้มันส์กับความแรงของรถมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบที่เรียกว่า ‘มันสุด ๆ’ อัตราเร่ง รอบเครื่อง จะเพิ่มขึ้นจาก 2 โหมดก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดย ‘ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์’ ได้บอกว่า รอบเครื่องยนต์จะสามารถไปได้สูงถึง 14,000 รอบ/นาที และความเร็วสามารถทำได้เฉียด ๆ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง

           โหมดนี้เหมาะแก่การขับขี่ในสนามแข่งเป็นหลัก แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้ในการขับขี่ทางไกลได้ เผื่อใครอยากจะทดสอบความแรงของรถมอเตอร์ไซค์อย่างเต็มพิกัด ซึ่งสาเหตุที่ Sport+ Mode นั้นเหมาะสมกับการขับขี่ในสนามแข่ง เพราะ CBR250RR เป็นรุ่นรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการแข่งขัน Asia Road Racing Championship ในคลาส Asia Production 250 ซีซี จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม New CBR250RR ถึงถูกผลิตออกมาให้รองรับการขับขี่ในสนามแข่งด้วย

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-3-step-riding-modes

 

           นอกจากความสนุกของระบบ 3-STEP RIDING MODES ใน New CBR250RR แล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่สุดยอดอีกมากมายในรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างแบบ TRUSS FRAME ที่ให้น้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแรง การออกแบบตามหลัก แอร์โรไดนามิกส์ หรือจะเป็น หน้าปัดเรือนไมล์แบบ Fully LED ที่มีลูกเล่นมากมายให้คุณได้สนุกกับมัน

 

 

           หากใครยังลังเล สามารถรับชมวิดีโอบรรยากาศการทดสอบความแรงของ New CBR250RR ในสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ด้านล่างได้เลย แล้วไปดูกันว่าผู้ที่มาทดสอบจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับเจ้ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้


           หากใครสนใจอยากเป็นเจ้าของ New CBR250RR ‘Beating Master’ รถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์แข่ง ที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน สามารถคลิก New CBR250RR เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-new-cbr250rr-chang-international-circuit

17 พ.ค. 2562 | ข่าวผลิตภัณฑ์

กระแสตอบรับความแรงหลังได้สัมผัส New CBR250RR ตัวจริง

อ่านต่อ

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-racetrack-new-cbr250rr

26 เม.ย. 2562 | ข่าวผลิตภัณฑ์

ฮอนด้าเปิดสนามแข่งระดับโลกทดสอบความแรง New CBR250RR

อ่านต่อ

APHonda-ฮอนด้า-ข่าวผลิตภัณฑ์-new-cbr250rr

12 เม.ย. 2562 | ข่าวผลิตภัณฑ์

ไขรหัสความแรง 'RR' หมายความว่าอะไร จาก New CBR250RR

อ่านต่อ

╱╲

กลับขึ้นด้านบน

ผลิตภัณฑ์

เปรียบเทียบรถ

ตัวแทนและศูนย์บริการ