Product News

Product News

การสอบใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ กับข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้

31 ต.ค. 2561

         

          ปัจจุบันการทำใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว หากเราศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติรวมถึงคุณสมบัติและเอกสารต่าง ๆ ว่าจะมีข้อมูลเบื้องต้นอะไรบ้าง เช่นการเตรียมตัว หรือขั้นตอนต่าง ๆ ควรรู้ไว้นั้น วันนี้เราจะมาบอกเล่าให้ได้เตรียมตัวกันให้พร้อม เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการกันครับ

 

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบขับขี่

          คุณสมบัติเป็นสิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบทุกข้อ ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ส่วนจะมีอะไรบ้างมาเช็กพร้อม ๆ กันเลย  

1. อายุของผู้ที่จะขอใบขับขี่

  • สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

  • สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์

  • สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

2. มีความรู้ความสามารถในการขับรถ

3. มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

5. ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ

6. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

7. ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว

8. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

เอกสารประกอบการขอใบขับขี่

            เมื่อเช็กคุณสมบัติครบถ้วนแล้วก็มาเตรียมเอกสารประกอบที่จะใช้ในการขอใบขับขี่กันครับ ซึ่งมีหลัก ๆ 2 อย่างดังนี้

1. บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริงและใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) สำหรับชาวต่างชาติ พร้อมด้วยสำเนาเอกสารดังกล่าว

2. ใบรับรองแพทย์ ที่แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด ไม่เกิน 1 เดือน

3. ใบรับรองการอบรม (สำหรับกรณีผู้ทำการอบรมนอกกรมขนส่งทางบก)

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

ขั้นตอนการดำเนินการขอใบขับขี่

1. จองคิวในการอบรม สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการนั้น ก่อนอื่นต้องจองคิวในการอบรม ซึ่งการอบรมจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง สามารถจองได้ผ่าน 3 ช่องทางดังนี้ครับ

  • จองคิวอบรมได้ที่กรมขนส่งทางบก ในพื้นที่ใกล้บ้าน ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ด้วยตัวเองพร้อมหลักฐานประกอบคำขอตามที่แจ้งไว้เบื้องต้น

  • จองคิวอบรมผ่านทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข 02-271-8888 หรือ 1584 โดยผู้ที่จองคิวอบรมผ่านทางโทรศัพท์ ต้องมาลงทะเบียนในวันที่อบรมก่อนเวลา 08.00 น.

  • จองคิวอบรมผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ ebooking.dlt.go.th/ebooking

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

2. ทดสอบสมรรถนะร่างกาย หลังจากที่จองคิวอบรมแล้ว ในวันที่อบรม ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจและทดสอบสมรรถนะร่างกาย ดังนี้

  • ทดสอบสายตาทางกว้าง เพื่อทดสอบความสามารถในการมองเห็นของสายตาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งเป็นมุมกว้างข้างละตั้งแต่ 75 องศา

  • ทดสอบการตอบสนองของเท้า เพื่อทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้าเพื่อหยุดรถมอเตอร์ไซค์ให้เร็วที่สุด

  • ทดสอบสายตาทางลึก เพื่อการทดสอบการมองเห็นในระยะ 2.50 - 3.50 เมตร

  • ทดสอบตาบอดสี เป็นการทดสอบการมองเห็นสี ซึ่งจำเป็นต่อการขับรถเช่นการดูไฟและป้ายจราจรต่าง ๆ 

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

3. เข้ารับการอบรม  การอบรมจัดขึ้นเพื่อสร้างสำนึกการขับขี่บนท้องถนน โดยเนื้อหาอบรมจะเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมายการจราจรทางบก เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ เป็นต้น ซึ่งใช้เวลาในการอบรมทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเนื้อหาการอบรมออกเป็นดังนี้

  • ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก 30 นาที

  • ความรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย 30 นาที

  • ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหมายการขนส่งทางบก กฎหมาย แพ่ง อาญา 30 นาที

  • ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถ และการบำรุงรักษารถ 30 นาที

  • ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ และมารยาทในการขับรถ 30 นาที

  • ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 30 นาที

  • หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ 30 นาที

  • หัวใจของการบริการทางขนส่ง 30 นาที

  • การตรวจความพร้อมของรถก่อนและหลังการใช้งาน 30 นาที

  • ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูง และการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัย 30 นาที

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

4. สอบข้อเขียน ในการสอบข้อเขียนนั้น จะสอบเกี่ยวกับป้ายจราจรและกฎจราจร ซึ่งมีจำนวน 50 ข้อ เป็นข้อสอบแบบปรนัย มีให้เลือก ก-ง จะตัดสินว่าผ่านเกณฑ์การสอบที่ 45 คะแนน หรือคิดเป็น 90% ของข้อสอบทั้งหมด แต่หากสอบไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถกลับมาสอบใหม่ ในกำหนดเวลาไว้ไม่เกิน 90 วัน

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

5. สอบภาคปฏิบัติ ผู้ขับขี่จะต้องทำการสอบขับขี่รถจักรยานยนต์ สามารถใช้รถตัวเองหรือใช้บริการเช่ารถของกรมขนส่งก็ได้ ซึ่งค่าเช่าจะอยู่ที่คันละ 50 บาท โดยการสอบต้องขับขี่ตามท่าที่กำหนดไว้ทั้งหมด 5 ท่า ดังนี้

  • ท่าที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์โดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

  • ท่าที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ ทรงตัวบนทางแคบ ทรงตัวไว้โดยไม่ให้เท้าแตะพื้นประมาณ 10 วินาที

  • ท่าที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านโค้งแคบ รูปตัว Z

  • ท่าที่ 4 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านโค้ง รูปตัว S

  • ท่าที่ 5 ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซก ผ่านสิ่งกีดขวาง

 

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-driver-license-20181017

 

6. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบขับขี่ เมื่อผ่านการทดสอบทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติแล้ว ให้มาชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดคือ 15.30 น. ซึ่งมีค่าใช้จ่ายดังนี้

  • ค่าคำขอ 5 บาท

  • ค่าใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท

 

          หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว จะเป็นการถ่ายภาพสำหรับติดบัตร และรับใบขับขี่ เท่านี้ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นแล้วครับ จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ใครที่ไม่สะดวกที่จะไปใช้บริการกับกรมการขนส่งทางบก ก็สามารถมาใช้บริการที่ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ได้เลย เพราะมีหลักสูตรสอบใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เช่นกันครับ

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

23 ม.ค. 2561 | ข่าวผลิตภัณฑ์

กลับมาอีกครั้งพร้อมโฉมใหม่กับ All New Honda Super Cub

อ่านต่อ

Honda-Motorcycle-มอเตอร์ไซค์-ฮอนด้า-ข่าวประชาสัมพันธ์-ข่าวผลิตภัณฑ์-honda-riding-assist-e

8 ต.ค. 2560 | ข่าวผลิตภัณฑ์

“ฮอนด้า” เตรียมเปิดตัว “Honda Riding Assist-e”

อ่านต่อ

╱╲

กลับขึ้นด้านบน

ผลิตภัณฑ์

เปรียบเทียบรถ

ตัวแทนและศูนย์บริการ