“มาร์ค มาร์เกวซ” พา “ฮอนด้า” คว้าชัยที่ 700
Post Date : 04 October

“มาร์ค มาร์เกวซ” พา “ฮอนด้า” คว้าชัยที่ 700 จับตาครึ่งฤดูกาลหลัง ลุ้นเข้าวินแชมป์โลก

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ โมโตจีพี ฤดูกาล 2015 กลับมาลุยกันต่อในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังที่ สหรัฐอเมริกา พร้อมกับความคาดหวังของบรรดาทีมงาน เรปโซล ฮอนด้า ที่ตั้งเป้าพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง ก่อนที่ มาร์ค มาร์เกวซ นักบิดหมายเลข 1 ของทีม จะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังเมื่อพาต้นสังกัดประเดิมเก็บแชมป์ที่ อินเดียนาโปลิส เปิดประตูสู่การทวงตำแหน่งแถวหน้าของวงการกลับคืนมา

          การชิงชัยที่สนาม อินเดียนาโปลิส มอเตอร์ สปีดเวย์ รายการ “อินเดียนาโปลิส กรังด์ ปรีซ์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา นักบิดทุกคนกลับจากพักร้อนมาสู่สนามแข่งอีกครั้ง โดยเฉพาะฝั่งของ เรปโซล ฮอนด้า ยักษ์ใหญ่ของวงการแข่งรถจักรยานยนต์ ที่ประเดิมผลงานช่วงครึ่งฤดูกาลแรกได้ไม่ดีนัก นักซิ่งมือความหวังอย่าง มาร์ค มาร์เกวซ เก็บแชมป์ได้แค่ 2 สนามคือที่ ออสติน สหรัฐอเมริกา กับ แซชเซนริ่ง ประเทศเยอรมัน นอกนั้นได้รองแชมป์ที่ เฆเรซ และไม่จบการแข่งขันถึง 3 สนาม

          ขณะที่ ดานี่ เปโดรซ่า รุ่นพี่ทีมเดียวกัน ประสบปัญหาบาดเจ็บที่ข้อศอกและข้อมือด้านขวาจนต้องเข้ารับการผ่าตัดตั้งแต่จบสนามแรกที่ กาตาร์ ก่อนจะกลับมาได้อีกทีก็ต้องรอถึงสนามที่ 5 เลอ มังส์ ฝรั่งเศส และจบครึ่งแรกของฤดูกาลที่อันดับ 8 เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักสำหรับแชมป์เก่าอย่าง เรปโซล ฮอนด้า ผิดกับคู่แข่งอย่าง โมวิสตาร์ ยามาฮ่า ที่สองคู่หูมือเก๋า วาเลนติโน่ รอสซี่ กับ ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ นำต้นสังกัดวิ่งฉิวเป็นจ่าฝูงบนหัวตาราง

          แต่แล้วเมื่อจบการแข่งขันที่ อินเดียนาโปลิส รอบชิงชนะเลิศ ชัยชนะกลับตกเป็นของ มาร์ค มาร์เกวซ นักบิดหนุ่มจากทีม เรปโซล ฮอนด้า หลังออกสตาร์ทจาก โพล โพซิชั่น ก่อนมาเฉือนแซง ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ คู่แข่งรุ่นพี่จากทีม โมวิสตาร์ ยามาฮ่า เข้าป้ายช่วง 3 รอบสุดท้าย ด้วยเวลา 41 นาที 55.371 วินาที เมื่อแข่งครบ 27 รอบ

          ขณะผลการแข่งขันของนักบิดรายอื่นๆ ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ที่เสียตำแหน่งผู้นำในช่วง 3 รอบสุดท้ายให้กับ มาร์ค มาร์เกวซ ขี่ประคองเข้ามาเป็นอันดับ 2 ตามด้วย “เดอะ ด็อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ เพื่อนร่วมทีมจอมเก๋าที่ฮึดฟอร์มจนได้ขึ้นโพเดี้ยมลำดับที่ 3 ส่วน ดานี่ เปโดรซ่า อีกหนึ่งนักซิ่งของ เรปโซล ฮอนด้า สู้สุดใจทว่าน่าเสียดายจบตำแหน่งบนโพเดี้ยมไม่ได้ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4
       
          จากผลจากการแข่งขันครั้งนี้ทำให้ มาร์ค มาร์เกวซ ที่ฟอร์มแผ่วมาตั้งแต่ช่วงครึ่งฤดูกาลแรก สามารถเก็บเพิ่มเป็น 139 แต้ม ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 บนตารางชิงแชมป์โลกแล้ว โดยตามหลัง วาเลนติโน่ รอสซี่ มือเก๋าที่เป็นจ่าฝูงอยู่ 56 แต้ม เรียกได้ว่ายังมีโอกาสลุ้นแชมป์โลกสมัย 3 อีก 8 สนามที่เหลือ พร้อมกันนี้ยังช่วยให้ เรปโซล ฮอนด้า คว้าชัยชนะที่ 700 ตั้งแต่ส่งทีมลงแข่งรายการนี้ครั้งแรกในรอบ 56 ปี ด้วย


          หลังจบการแข่งขัน นักบิดวัย 22 ปี กล่าวว่า “การแข่งขันดำเนินไปด้วยดี แต่เราก็ทำผลงานได้ดีมากในขีดจำกัดของเรา ความจริงก็คือ ฆอร์เก้ ยกระดับตัวเองขึ้นมาหลายครั้งระหว่างการแข่งขัน และผมก็ไม่คิดว่าเราจะสามารถวิ่งได้ภายในเวลา1 นาที 32 วินาที ได้ทุกรอบ แต่เมื่อจบเรซ เรากลับทำได้ที่ 1 นาที 32.6 วินาที นั่นคือเวลาที่เร็วมาก! เรางัดเอากลยุทธ์เปิดเกมโจมตีออกมาใช้ในช่วงสุดท้าย นั่นคืออีก 3 รอบที่เหลือ และนั่นก็ทำให้ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่เราจะเป็นผู้ชนะที่สนามแห่งนี้ ดังนั้น ผมจึงรู้สึกภูมิใจมากที่ได้พา ฮอนด้า คว้าชัยชนะที่ 700 นี่คือช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับพวกเราทุกคนในทีม และขอมอบชัยชนะทั้งหมดให้กับทุกคนใน ฮอนด้า”

    
          ด้าน ดานี่ เปโดรซ่า รุ่นพี่ทีมเดียวกันที่ชวดขึ้นโพเดี้ยมตามรุ่นน้องแบบน่าเสียดาย กล่าวบ้างว่า “ถือเป็นเรซที่ต้องใช้ศักยภาพทางกายพอสมควร เราสู้กับรถที่ใช้อย่างหนักเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการยึดเกาะ ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ วาเลนติโน่ คือก่อนแข่งผมรู้ดีว่าตัวเองนั้นช้ากว่า มาร์ค และ ฆอร์เก้ แต่หลังจบช่วงการฝึกซ้อม ผมคิดว่าน่าจะขยับไล่ขึ้นมาได้นิดหน่อย อย่างไรก็ตาม วาเลนติโน่ สร้างแรงฮึดเพื่อขึ้นมาอยู่ด้านหน้า และนั่นก็ทำให้เราต้องสู้กันเพื่อชิงตำแหน่งโพเดี้ยม โดยรอบสุดท้าย เขาสามารถมาแซงผมได้จากโค้งที่สอง และผมก็วิ่งผ่านเขาไม่ได้อีกเลย แต่ทั้งนี้ ผมก็มีความสุขกับชัยชนะที่ 700 ของทีมเรา และถือเป็นเกียรติยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถิติอันน่าประทับใจนี้”

          สำหรับศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ โมโตจีพี จากนี้จะเดินทางไปลุยต่อสนามถัดไป ซึ่งเป็นเรซที่ 11 ของฤดูกาลนี้ รายการ "เช็ก กรังด์ ปรีซ์" ที่สนาม ออโต-โมโตโดรม เบอร์โน ประเทศ สาธารณรัฐเช็ก วันที่ 14-16 สิงหาคมนี้ ซึ่งแน่นอนว่าน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า มาร์เกวซ และ เปโดรซ่า จะช่วยกันพลิกสถานการณ์พาทีมกลับมายืนแถวหน้าก่อนถึงสนามสุดท้ายที่ บาเลนเซีย วันที่ 8 พฤศจิกายน และเก็บแต้มแซงคู่แข่งขึ้นมาหยิบแชมป์โลกสมัยที่ 3 ติดต่อกันได้หรือไม่?

ข่าวสารการแข่งขัน
ข่าวสาร Honda