NEWS

“ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง” รู้ไว้ก่อนเชียร์ทีมแข่งสายเลือดไทยในศึกใหญ่แห่งเอเชีย

13.07.2018
ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับเกมดวลความเร็วรายการใหญ่แห่งเอเชีย “ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนติดตามเชียร์ทีมแข่งสายเลือดไทย ขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ต มาทำความรู้จักศึกบิดอันสุดแสนทรหดนี้กันหน่อย
ตามที่ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย ได้แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2018 ไปแล้ว โดยหนึ่งในนั้นมีภารกิจที่สำคัญ คือ การส่งทีมแข่งไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนักบิด ทีมช่าง และสมาชิกทุกคนภายในทีม เพื่อสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในศึกใหญ่ระดับนานาชาติ “ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง” ณ สนามซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม นี้

โดยก่อนเกมการแข่งขันดังกล่าวจะระเบิดความเร้าใจขึ้น โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ให้มาทำความรู้จักศึกบิดอันสุดแสนหฤโหดนี้กันก่อน

ศึกทดสอบความแกร่งรายการใหญ่แห่งเอเชีย เริ่มต้นจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1978 ภายใต้ชื่อ ซูซูกะ 8 ชั่วโมง (Suzuka 8 hours) และเพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีเมื่อปีก่อน ซึ่งในการจัดดวลความเร็วปีที่ 41 หรือในปี 2018 นี้ ยังคงความตื่นเต้นและท้าทายเช่นเดิม เพราะจะต้องใช้เป็นสังเวียนสุดท้ายของการเก็บคะแนนสะสม ในรายการแข่งขันระดับเวิล์ดแชมเปียนชิพด้วย

สำหรับรายละเอียดของสนามซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เรซซิ่ง คอร์ส เป็นสนามแข่งรถที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองซูซูกะ จังหวัดมิเอะ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1962 ผ่านการดีไซน์โดยนักออกแบบสนามชาวดัตช์ John Hugenholtz ซึ่งมีเอกลักษณ์รูปแบบการวิ่งคล้ายวงแหวนเลขแปด มีระยะทางต่อรอบรวมทั้งสิ้น 5.821 กิโลเมตร ประกอบด้วยจำนวนโค้ง 18 โค้ง สามารถรองรับผู้ชมเต็มความจุได้ถึง 155,000 ที่นั่ง สูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศญี่ปุ่น และอันดับที่ 8 ของโลก

ขณะที่นักแข่งผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนาน ซึ่งเคยสัมผัสประสบการณ์และประสบความสำเร็จในรายการนี้ ได้แก่  Kenny Roberts, Tadahiko Taira, Eddie Lawson, Wayne Rainey, Kevin Schwantz และ Michael Doohan (Mick Doohan)

ขณะเดียวกันตัวแข่งค่ายปีกนกที่ลงดวลความเร็วพิสูจน์ความอึดจากศึกโหด 40 ครั้งที่ผ่านมา สามารถชิงตำแหน่งผู้ชนะมาได้ถึง 27 ครั้ง จากโมเดลต่างๆ ดังนี้

Honda CB900F (จัดแข่งครั้งที่ 2 ปี 1979), Honda RS1000 (จัดแข่งครั้งที่ 4 ปี1981), Honda CB900F (จัดแข่งครั้งที่ 5 ปี 1982 ), Honda RS750R (จัดแข่งครั้งที่ 7 ปี 1984), Honda RVF750 (จัดแข่งครั้งที่ 8 ปี 1985), Honda RVF750 (จัดแข่งครั้งที่ 9 ปี 1986), Honda RVF750 (จัดแข่งครั้งที่ 12 ปี 1989), Honda RVF750R (จัดแข่งครั้งที่ 14 ปี 1991), Honda RVF750R (จัดแข่งครั้งที่ 15 ปี 1992), Honda RVF/RC45 (จัดแข่งครั้งที่ 17 ปี 1994), Honda RVF/RC45 (จัดแข่งครั้งที่ 18 ปี 1995), Honda RVF/RC45 (จัดแข่งครั้งที่ 20 ปี 1997), Honda RVF/RC45 (จัดแข่งครั้งที่ 21 ปี 1998), Honda RVF/RC45 (จัดแข่งครั้งที่ 22 ปี 1999), Honda VTR1000SPW (จัดแข่งครั้งที่ 23 ปี 2000), Honda VTR1000SPW (จัดแข่งครั้งที่ 24 ปี 2001), Honda VTR1000SPW (จัดแข่งครั้งที่ 25 ปี 2002), Honda VTR1000SPW (จัดแข่งครั้งที่ 26 ปี 2003), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 27 ปี 2004), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 28 ปี 2005), Honda CBR1000RR (จัดแข่งครั้งที่ 29 ปี 2006), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 31 ปี 2008), Honda CBR1000RRK (จัดแข่งครั้งที่ 33 ปี 2010), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 34 ปี 2011), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 35 ปี 2012), Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 36 ปี 2013) และ Honda CBR1000RRW (จัดแข่งครั้งที่ 37 ปี 2014)

ส่วนความเชื่อมโยงถึงรุ่น 4 ชั่วโมง มีที่มาที่ไปหลังจากการแข่งขันประเภท 8 ชั่วโมง ได้ถูกยกระดับขึ้นไปให้เป็นหนึ่งในเวทีประลองความเร็วของศึกชิงแชมป์โลก ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา ทางผู้จัดฯ จึงเกิดไอเดียว่า ควรเพิ่มรุ่นประเภท 4 ชั่วโมง และจัดแข่งขันควบคู่กัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมแข่งหน้าใหม่ได้มีสนามในการประลองฝีมือด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกติกาการแข่งขัน มีการปรับเปลี่ยนม้าศึกรถสปอร์ตโปรดักต์ชั่นไบค์ ขนาด 1,000 ซีซี. ที่ใช้อยู่ในรุ่น 8 ชั่วโมง เปลี่ยนมาเป็นคลาสซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี. หากแต่ด้านรูปแบบการแข่งขันนั้น แทบไม่แตกต่างกับประเภท 8 ชั่วโมง เท่าไรนัก หากเปรียบเทียบเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอน การแข่ง 4 ชั่วโมงก็เสมือนการวิ่งฮาร์ฟมาราธอน เพียงแต่ลดระยะทางลงมาครึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง

ส่งท้ายสำหรับการแข่งขันจะตัดสินผลเเพ้ชนะ ด้วยจำนวนรอบของแต่ละทีมในระยะเวลา 4 ชั่วโมง โดยทีมที่สามารถทำรอบได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยควรรู้ไว้ ก่อนติดตามเชียร์ทีมแข่งสายเลือดไทยในศึกใหญ่แห่งเอเชีย ระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม นี้.

RELATED NEWS

“เอ.พี.ฮอนด้า” ส่งสุดยอดช่างไทยลุยศึกบิดเอ็นดูรานช์ชิงแชมป์โลก “ซูซูกะ 8 ชั่วโมง” ย้ำแผนปั้นทีมแข่งไทยสู่ “โมโตจีพี”

“เอ.พี.ฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย ย้ำชัดจุดยืนเดินตามโร้ดแม็ป ผลักดันทีมแข่งของคนไทย เพื่อคนไทยก้าวสู่นักแข่งระดับโลก “โมโตจีพี” ภายในปี 2025

ทริปในฝันจ่ายเพียง 4,848 บาท บุกแดนปลาดิบเชียร์ทีมแข่งไทยพร้อมกระทบไหล่ BNK48

เอ.พี.ฮอนด้า จัดทริปในฝันส่งแคมเปญพิเศษเอาใจสาวก CB WORLD แค่ทำตามกติกาแสนง่ายและจ่ายเพียง 4,848 บาท คุณจะได้สิทธิ์บินลัดฟ้าสู่แดนปลาดิบเพื่อร่วมเชียร์ทีมแข่ง เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในศึกซูซูก้า 4 ชั่วโมง พร้อมกับไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ที่ประเทศญี่ปุ่น

LASTEST NEWS

เอ.พี.ฮอนด้า ชวนลูกค้าลุ้นเด็กระเบิดคว้าแชมป์โลกโมโตจีพีสมัยที่5

ค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนเหล่าไบค์เกอร์สายสปอร์ตร่วมชมและเชียร์ยอดนักบิดแห่ง..


“ก้อง#35” ยันไม่มีเกียร์ว่าง ศึกส่งท้ายพร้อมบู๊เกินร้อย

“ก้อง#35” สมเกียรติ จันทรา เผยพอใจภาพรวมศึกโมโตทรี จูเนียร์ สนามรองสุดท้ายที่ส..


“ปิยวัฒน์” บิดหมดปลอกเบิลโพเดี้ยมไทยแลนด์ ทาเลนต์ สนาม5

นักบิดดาวรุ่งชาวไทย “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ปทุมยศ เจ้าของอันดับ 7 ศึกมาราธอนนานาชาติ..