NEWS

สนามช้างฯ ปรับรันออฟ 4 โค้งรับโมโตจีพี คาดความเร็วทะลุ 340 กม./ชม.

20.01.2018
บอสใหญ่สนามช้างฯ เผยความพร้อมล่าสุดของการจัดศึกโมโตจีพีครั้งแรกในไทย ก่อนประเดิมรอบอุ่นเครื่องวินเทอร์เทสต์ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์นี้ ยืนยันความพร้อมมีเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของนักแข่ง หลังทำการปรับพื้นที่รันออฟใหม่ 4 โค้ง
สนามช้างฯ ปรับรันออฟ 4 โค้งรับโมโตจีพี คาดความเร็วทะลุ 340 กม./ชม.
ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด เปิดเผยว่า ความพร้อมของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ครั้งแรกในไทย ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ล่าสุดมีความพร้อมสมบูรณ์ในทุกองค์ประกอบอยู่แล้ว แต่เพื่อเน้นย้ำถึงความปลอดภัยสูงสุด ทางสนามจึงมีการปรับผังใหม่บางส่วน ก่อนเริ่มรอบวินเทอร์เทสต์ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์นี้

“เราไม่ได้ปรับรูปแบบสนาม ยังมีโค้งเท่าเดิม 12 โค้ง แต่มีการปรับรันออฟแอเรีย(Run-off area) หรือขยายพื้นที่เพื่อรองรับกรณีนักแข่งเกิดอุบัติเหตุหลุดโค้ง เพราะโมโตจีพีแจ้งมา เนื่องจากรถมีการทำความเร็วได้สูงกว่ารายการอื่นที่เราเคยจัดมาทั้งหมด” บอสใหญ่สนามช้างฯ กล่าวและว่า

“ทางสนามทำการเพิ่มรันออฟในโค้งที่ 1 และ 3 เพราะก่อนถึงสองโค้งนี้เป็นทางตรงยาว คาดว่าความเร็วรถแข่งวันนั้น 330-340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องมีให้เห็นแน่ รวมถึงในโค้งที่ 8 และ 12 ซึ่งเป็นโค้งวัดใจและเป็นซิกเนเจอร์ของสนามเราด้วย”

“ในส่วนความจุของสนาม ปัจจุบันรองรับได้อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นกว่าที่นั่งต่อวัน แต่ในช่วงจัดการแข่งขัน เราจะเพิ่มไซด์สแตนด์บริเวณรอบๆ เยอะมาก รวมเบ็ดเสร็จแล้วจะมีความจุต่อวันมากกว่า 6 หมื่นที่นั่ง และไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่มา ถ้าซื้อบัตรไม่ทัน เรามีจำหน่ายบัตรที่สามารถเข้ามาร่วมชมบริเวณการจัดงาน ซึ่งสามารถดูการถ่ายทอดสดจากจอใหญ่ข้างนอกสนามได้เช่นกัน”

“ถ้าให้ประเมินตอนนี้ เราคิดว่าพร้อมแล้วเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ครับ” ตนัยศิริ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสนามความเร็วทางเรียบในระดับโลก มาตรฐาน FIA Grade 1 และ FIM Grade A มี RACE CONTROL ที่ทันสมัย มีระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ทิศทางการวิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา ประกอบด้วยจำนวนโค้งทั้งสิ้น 12 โค้ง ขวา 7 โค้ง และซ้าย 5 โค้ง สามารถใส่ความเร็วทางตรงได้สูงถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทางโค้งสูงถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และถือว่าเป็นสนามแห่งแรกของโลก ที่มีมุมมองจากแกรนด์สแตนด์ สามารถชมเกมดวลความเร็วได้ครบทุกโค้ง.

ที่มา-MGR Motoring

RELATED NEWS

โค้ชฟิล์มเชื่อ “ก้อง#35” มีลุ้นโพเดี้ยมโฮมเรซโมโตจีพีครั้งแรกในไทย

โค้ชทีมแข่งค่ายปีกนก “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เผยมั่นใจดาวบิดรุ่นน้อง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา อดีตแชมป์เอเชีย ทาเลนต์ ปี 2016 มีความพร้อมเต็มร้อย ก่อนลุยศึกโฮมเรซ “โมโตจีพี” ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดรุ่นโมโตทรี ชี้ความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านอาจมีลุ้นถึงโพเดี้ยม

“ชิพ-นครินทร์” บิดสุดฝีมือในศึกอราก้อนกรังด์ปรีซ์ เตรียมพร้อมก่อนลุยโฮมเรซที่เมืองไทย

“ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดตัวจริงหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโมโตทรี ลงสนามเรียกฟอร์มและความมั่นใจ รายการอราก้อนกรังด์ปรีซ์ ก่อนลุยสนามถัดไปในบ้านเกิดของตัวเอง “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018” ในวันที่ 7 ตุลาคม นี้

LASTEST NEWS

โค้ชฟิล์มเชื่อ “ก้อง#35” มีลุ้นโพเดี้ยมโฮมเรซโมโตจีพีครั้งแรกในไทย

โค้ชทีมแข่งค่ายปีกนก “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เผยมั่นใจดาวบิดรุ่นน้อง “ก้อง”..


“ชิพ-นครินทร์” บิดสุดฝีมือในศึกอราก้อนกรังด์ปรีซ์ เตรียมพร้อมก่อนลุยโฮมเรซที่เมืองไทย

“ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดตัวจริงหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโ..


สุดยอดนักบิดรุ่นจิ๋ว 12 คน ผ่านการคัดเลือก “เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี่” ปีที่ 2 ที่พัทยา

โปรเจกต์บิดล่าฝัน เฟ้นหานักบิดดาวรุ่งเข้าร่วมโครงการปั้นนักแข่งไทยสู่โมโตจีพี ..