NEWS

[Interview] นักบิดล้านวิว “ชิพ#41” หนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโต3

26.07.2017
จับเข่าคุย นักบิดหนุ่มอนาคตไกล “ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” หนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโต3 เนื่องในโอกาสพักเบรกช่วงครึ่งฤดูกาลแรกของเกมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก โมโตจีพี ประจำปี 2017
หลังจากผ่านพ้นครึ่งฤดูกาลแรกของเกมดวลความเร็วสองล้อในรายการเวิล์ดกรังด์ปรีซ์ ปี 2017 “ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” ภายใต้การสนับสนุนจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยที่ลงทำการแข่งขันในรุ่นโมโต3 หมายเลข 41 สังกัดฮอนด้า ทีม เอเชีย จึงมีเวลากลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทย ก่อนเตรียมตัวฟิตซ้อมร่างกายเพื่อลุยต่อสำหรับครึ่งหลังของฤดูกาล โดยมีคิวชิงชัยกันที่สนาม Automotodrom Brno Czech Republic สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม นี้

ขณะที่ช่วงพักเบรกดังกล่าว เมื่อไม่นานที่ผ่านมา เจ้าตัวได้สละเวลามาร่วมขับขี่ซูเปอร์ไบค์ “RC213V-S” ในงานเปิดสนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี พร้อมพูดคุยให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การแข่งขันครั้งแรกบนเวทีระดับโลก

คำถามอาจจะน้อยไปหน่อย เพราะเราไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาให้มากเกินไปนัก

-รู้สึกอย่างไรบ้าง หลังผ่านเวทีใหญ่รุ่นโมโต3 ครึ่งฤดูกาลแรก

ในภาพรวมพอใจผลงานของตัวเองครับ ผมมองว่า 9 สนาม หรือครึ่งแรกของฤดูกาล สามารถมีแต้มเกาะติดอยู่บนตารางคะแนนสะสมก็ถือว่าพอใจแล้ว ส่วนเรื่องประสบการณ์ในสนามก็ต้องเรียนรู้กันต่อไป เพราะอย่างนักแข่งคนอื่นๆ เขาเคยลงทำการแข่งขันกันมาก่อนแล้ว แต่ตัวผมเองเป็นนักแข่งหน้าใหม่ในรายการนี้ และยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ

ถ้านึกย้อนไป ผมได้เรียนรู้สิ่งผิดพลาดต่างๆ มากมาย หากเทียบกับรายการ CEV ที่ลงแข่งเมื่อปีก่อนจะเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะเลเวลของคู่แข่งที่ต้องยอมรับว่าแข็งแกร่งมากๆ ส่วนโปรแกรมการแข่งขันก็มีความถี่มากกว่า รวมถึงกำหนดการรอบซ้อมก็ค่อนข้างจำกัด เพราะเป็นรายการใหญ่ ทุกรายละเอียดจึงเป็นทางการไปหมด ดังนั้น ผมจึงต้องปรับตัวเยอะมาก ทุกอย่างต้องเป๊ะมาก และทุกคนที่แข่งขันในรุ่นนี้ก็เต็มที่กันมากๆ หากพลาดเพียงนิดเดียวก็จะพ้ทันที

-สิ่งที่ได้เรียนรู้คืออะไรบ้าง พอจะอธิบายได้ไหม

อย่างเรื่องการตัดสินใจ เรื่องวิธีคิด บางสนามก็ขาดความมั่นใจ มีความกดดัน เพราะแข่งเรซเดียว ไม่มีโอกาสแก้ตัว รวมถึงเรื่องการวางแผนควอลิฟาย การเซตรถ ทุกๆ อย่างเราต้องทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น

ที่ผ่านมาก็กลับไปทบทวนตัวเองและรู้ว่ายังขาดจุดไหน มีบางสิ่งที่เรายังไม่ใส่ใจ เดินทางไปแข่งโดยไม่ได้วางแผนไปก่อน ทีนี้ก็ปรับตัวช้า หากได้ศึกษาคู่แข่งและรายละเอียดต่างๆ ไปก่อน ตัวเราก็จะมีเป้าหมาย พอทำงานมีเป้าหมายมันจะง่ายกว่าไปแบบไม่มีอะไรเลย ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องวางแผนให้มากขึ้น

ช่วงนี้เป็นช่วงพักเบรกก็รู้สึกเบาขึ้นบ้าง มีเวลาตั้งสติมากขึ้น ตอนนั้นที่แข่งติดๆ กัน ถ้าผลงานไม่ดีตั้งแต่เริ่ม ทุกอย่างมันก็แย่ และจะทำให้เราตั้งตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องของสนาม สิ่งแวดล้อม สังคมในทีม ยกตัวอย่างสนามที่อิตาลี โรงแรมที่ผมพัก อาหารการกินไม่ค่อยเวิร์ก เพราะตัวเราไม่คุ้น ทุกสิ่งอย่างมันคือสภาพที่เราต้องเจอ ต้องปรับตัว

-แก้ปัญหาเรื่องอาหารที่ไม่คุ้นเคยอย่างไร

แรกๆ ผมก็มีเตรียมพวกอาหารสำเร็จรูปอย่างปลากระป๋อง มาม่า ข้าวสาร หรือหม้อหุงข้าวก็เคยพกไปมาแล้ว เพราะปรับตัวไม่ทัน ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนไป อันนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่มันจำเป็น เพราะถ้าเรากินไม่ได้ จะมีผลแน่นอนกับร่างกาย ทำให้ไม่มีแรง ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้รุนแรงมากนัก เมื่อเข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันแล้ว เรื่องอาหารการกินที่สนามก็มีให้เลือกหลายอย่าง และเป็นอาหารนานาชาติ

-ส่วนของบรรยากาศในทีมล่ะ มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง

เหมือนคนเพิ่งรู้จักกันปกติทั่วไปครับ แรกๆ ก็ไม่ค่อยรู้ใจกัน ทุกอย่างใหม่หมด เราต้องไปทำความรู้จักกับทีมงานที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ช่วงเปิดฤดูกาลซีเรียสมาก พอตอนหลังก็คุยกันมากขึ้น อย่างช่างเครื่อง ตอนนี้ก็สนิทกันแล้วครับ มีพูดคุยหยอกล้อกันได้บ้าง เรียนรู้เรื่องภาษา ถามความเป็นอยู่ที่บ้าน คุยกันเรื่องออกกำลังกาย พอมีความคุ้นเคยก็ทำให้การทำงานมีความราบรื่นมากขึ้น จากการคุยเปิดใจกัน แรกๆ ยอมรับว่าท้อและกดดัน เพราะไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้นครับ

-หลังกลับมา ชีวิตเปลี่ยนไปไหมกับการเป็นนักแข่งระดับโลกเต็มตัว

เปลี่ยนเยอะครับ และไม่คิดว่าจะได้รับโอกาสมากขนาดนี้ ตัวผมได้โอกาสพัฒนาตัวเอง เรียนรู้ระเบียบวินัย ได้เรียนรู้ภาษา ได้เรียนรู้ประสบการณ์สังคมต่างประเทศ ถือว่าได้มากกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีกครับ ต้องขอขอบคุณต้นสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า มากๆ ที่ให้โอกาสผลักดันมาถึงจุดนี้ และผมก็จะพยายามทำเต็มที่ครับ

-เคยคิดมาก่อนหรือไม่ว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้

ไม่เคยเลยครับ เพราะตอนที่ผมเริ่มขี่รถแข่งครั้งแรกอายุ 11 ปี จุดเริ่มมาจากคุณพ่อชอบ จึงพาพี่ชาย(กล้อง-ธนินท์รัฐ อธิรัฐภูวภัทร์)และผม ไปหาพี่ดรีม(สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง) ที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันให้ช่วยสอนขี่ ตอนนั้นดูพี่เขาแข่งก็สนุกดีและเริ่มชอบ แต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะเป็นนักแข่ง เพราะผมรู้สึกกลัว ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ อย่างเอาเข่าลงไปเช็ดพื้นไม่เคยคิดว่าจะทำได้เลย แต่พอไปฝึกซ้อมบ่อยๆ เข้าก็เริ่มได้

ช่วงที่ซ้อมบ่อยๆ นั้นก็รู้สึกฝืนบ้าง จนมีวันหนึ่งผมหนีไปทำอย่างอื่น และก็ไม่ไปอีกเลย สาเหตุเพราะไปซ้อมแล้วเคยล้ม ผมก็เจ็บและไม่อยากไป ตอนนั้นเป็นพี่ชายผมที่ชอบขี่มากกว่า ส่วนผมเองเป็นพระรอง แต่ท้ายที่สุดกลายเป็นผมที่ได้ลงแข่ง อาจเพราะความต่อเนื่องของพี่ชายกับการขี่รถมีน้อยกว่าผม และเป็นผมที่ได้รับโอกาส

หลังจากนั้นชีวิตนักแข่งมาชัดเจนกับการได้เรียนเรซซิ่งสคูล ผมเคยเรียนอยู่ 4 ครั้ง และได้โอกาสเข้าคอร์สที่ กกท. เกี่ยวกับการอบรมหลักสูตรพัฒนานักกีฬา ได้เรียนรู้ระเบียบ วินัย ของนักกีฬา การกินอาหาร โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลูกฝังตัวผมเองมาถึงทุกวันนี้

-ได้ข่าวว่าชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกายทุกประเภท

ใช่ครับ ผมชอบเล่นหลายอย่าง เช่น ฟุตบอล ปั่นจักรยาน วิ่งมาราธอน และเวลาก็ทำได้ดี ระยะ 10 กิโลเมตร วิ่งเวลาดีที่สุดประมาณ 42 นาที ระยะ21 กิโลเมตร เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 43 นาที ปีหน้าตั้งเป้าจะลงระยะฟูล(42.195 กม.) แต่อย่างแรกขอจบการแข่งขันให้ได้ก่อน เรื่องสถิติเวลาค่อยว่ากัน ส่วนกีฬาอื่นๆ อย่างตะกร้อก็เคยเล่น แต่ไม่รุ่ง(หัวเราะ) ปิงปอง บาสเก็ตบอลก็เล่น แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ทางของเรา

ผมว่าการเล่นกีฬาที่หลากหลาย มันส่งผลให้ร่างกายของเราได้ฝึกทักษะหลายๆ อย่าง ซึ่งเราอาจจะไม่รู้ว่าการคุมรถให้ได้แบบนี้ มันอาจมาจากทักษะของกีฬาที่เราคาดไม่ถึง

-การคุมรถที่ว่า หมายถึงช๊อตเซฟมหัศจรรย์ที่มียอดคนดูทะลุหลักล้านวิวหรือเปล่า

(หัวเราะ) พูดถึงช็อตมหัศจรรย์ ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ยังไง เคยคุยกับนักจิตวิทยา เขาก็อธิบายว่า การคุมอาการสะบัดหรือแก้อาการถ มันอาจเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว เป็นการกระทำโดยอัตโนมัติ ซึ่งเกิดจากการฝึกซ้อมอย่างหนักและฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก

พอมานึกดูผมก็ภูมิใจนะ เราอาจทำผลงานไม่ดี แต่ช็อตนั้นก็ทำให้คนที่ติดตามเชียรรวมถึงตัวเราเองยิ้มได้ หลังช็อตนั้น แข่งเสร็จก็ไปกินข้าวกับทีมงานในร้านอาหาร พอดีในร้านเปิดเทปการแข่งขัน บังเอิญเป็นจังหวะที่เราเซฟพอดี บรรยากาศในร้านก็ปรบมือ ในทีมก็แซวๆ กัน และคนในร้านก็มองมาที่ผม ตอนนั้นก็รู้สึกดีครับ เพราะหลังแข่งเราก็ผ่อนคลาย ไม่มีความกดดันแล้ว

-เหตุนี้จึงกลายเป็นที่มาของฉายานักบิดล้านวิว

ไม่แน่ใจครับว่าใครเป็นคนเรียก สำหรับฉายานักแข่งผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเรียกผมว่าอะไร ตอนเด็กๆ ผมก็ค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยกล้าคุยกับคนแปลกหน้า ยุคนั้นบางคนก็เลยเรียกผมว่า “ไอ้หนูผีไร้จิตวิญญาณ”(หัวเราะ) และหลังจากนั้นก็มีเรียก “ชิพอินเตอร์” ส่วนปัจจุบันก็มี “ชิพล้านวิว” “นักบิดล้านวิว” อย่างในโรงเรียนก็เรียก “วีรบุรุษนักบิด” หรืออย่างฝรั่งก็มีล้อชื่อ แต่ผมออกเสียงไม่ถูก น่าจะเป็นชื่อตัวการ์ตูนอะไรสักอย่าง ล่าสุด เวลาฝนตกเห็นเราทำเวลาดี เคยได้ยินว่าเขาเรียก “เรนนิ่งแมน” ด้วย

จริงๆ ฉายาที่อยากให้เรียกไม่มีหรอกครับ เรียกชื่อเล่น “ชิพ” เฉยๆ ก็พอ ซึ่งที่มาของชื่อมาจาก “ไมโครชิพ” คุณพ่อผมเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ เขาก็เลยตั้งชื่อผมว่าชิพเท่านั้นเอง

และสำหรับสัญลักษณ์บนหมวกเห็นมีไดโนเสาร์ด้วย อันนั้นเป็นโลโก้ที่ผมกับพี่ชายช่วยกันออกแบบ ต้องการให้คนรู้ว่าเราเป็นคนขอนแก่น เป็นเมืองไดโนเสาร์

-คำถามสุดท้าย หลายๆ คนชอบแซวว่าชิพอินดี้ เรื่องนี้มีอะไรจะอธิบายไหม

(ยิ้มเล็กน้อย ก่อนตอบว่า) ถ้าคนที่ไม่สนิทหรือไม่รู้จักกันมากก่อน เขาชอบมองว่าผมแปลกๆ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ซึ่งคนที่ไม่สนิท ไม่รู้จัก ผมก็ไม่ค่อยกล้าคุยด้วย อีกอย่างพฤติกรรมผมจะมุ่งมั่นในทางของตัวเอง ถ้าใครชวนไปทำอะไรที่ผมไม่ชอบ ผมก็จะปฏิเสธทันที ไม่รู้ว่าอินดี้เป็นยังไง แต่เรียกว่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูงก็ได้ครับ.

RELATED NEWS

ผลซ้อมโมโต3 รอบแรก “ชิพ#41” อยู่ที่ 20

อัพเดตผลการทดสอบตัวแข่งครั้งแรก รุ่นโมโต3 ที่สนามเฆเรซ “ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” นักบิดค่ายปีกนก ทำความเร็วต่อรอบดีสุดอยู่ในอันดับที่ 20 ด้วยเวลา 2 นาที 5.687 วินาที

รวมมิตรหลังฉากโมโตจีพีแห่งปี 2016(ชมคลิป)

เก็บตกหลังฉากโมโตจีพีหรือเหตุการณ์นอกแทร็กที่แม้จะไม่ดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ก็มีสีสันไม่ควรพลาดชม ผ่านการคัดสรรจากทางผู้จัดฯ การันตีว่านี่คือ เดอะเบสแห่งปี 2016

LASTEST NEWS

โค้ชฟิล์มเชื่อ “ก้อง#35” มีลุ้นโพเดี้ยมโฮมเรซโมโตจีพีครั้งแรกในไทย

โค้ชทีมแข่งค่ายปีกนก “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ เผยมั่นใจดาวบิดรุ่นน้อง “ก้อง”..


“ชิพ-นครินทร์” บิดสุดฝีมือในศึกอราก้อนกรังด์ปรีซ์ เตรียมพร้อมก่อนลุยโฮมเรซที่เมืองไทย

“ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดตัวจริงหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโ..


สุดยอดนักบิดรุ่นจิ๋ว 12 คน ผ่านการคัดเลือก “เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี่” ปีที่ 2 ที่พัทยา

โปรเจกต์บิดล่าฝัน เฟ้นหานักบิดดาวรุ่งเข้าร่วมโครงการปั้นนักแข่งไทยสู่โมโตจีพี ..