| สถาบัน : โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. อาจารย์บุญมา นาวาทอง ทีมช่างกล ขส.ทบ. (A.T.E.I.) จากโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.
ด้วยประสบการณ์ทางด้านปรับแต่งเครื่องยนต์ที่มีมายาวนาน และประสบการณ์ทางด้านปรับแต่ง
รถประหยัดก็มีมานับไม่ถ้วน แถมยังสามารถสร้างสถิติค่าประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมาอย่างโชกโชน และสำหรับการแข่งขัน Soichiro Honda Cup 24th. Honda Econopower Race สนามทวินริง โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังสามารถปรับแต่งเครื่องยนต์ฮอนด้าขนาด 125 ซีซี สร้างสถิติค่าประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 1,917.7456 กม./ลิตร คว้าถ้วยรางวัล Soichiro Honda ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี และพ่วงท้ายด้วยรางวัล เทคนิคพิเศษ วันนี้ อาจารย์บุญมา ก็จะได้เผยเคล็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการได้แชมป์ครั้งนี้มาฝาก "จะรู้ว่าที่ญี่ปุ่นสภาพอากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง กลางคืนหนาว กลางวันร้อนจัด อากาศเบาบางจะเป็นปัญหาในการปรับจูนเครื่องยนต์ รวมทั้งความตื่นเต้นของผู้ขับขี่และทีมงาน เนื่องจากยังเป็นเยาวชนที่ยังขาดประสบการณ์ในการแข่งขัน ในต่างประเทศ ในการเตรียมพร้อมต้องเตรียมการตั้งแต่ต้นปีเผื่อเวลาที่ได้แชมป์ในประเทศไทยได้จัดการ สร้างรถขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ในการสร้างรถขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ก็เพื่อที่จะ แก้ปัญหาบางประการ โดยจัดทีมงานขึ้นมาเพื่อแบ่งแยกหน้าที่ ผมเองในนาม อ.บุญมา ก็รับหน้าที่ออกแบบโครงสร้าง ออกแบบดัดแปลง เปลี่ยนแปลงเทคนิคบางส่วน ของเครื่องยนต์ ในการปรับแต่งเครื่องยนต์นั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด จะมีการจัดตั้งทีมงาน 6-8 คน ให้มีหน้าที่ต่างกันไป ผลงานลุล่วงไปตามแผนที่กำหนด งานเสร็จภายใน 3 เดือน กว่าจะสำเร็จก็ต้องจัดการซ้อมสถิติ ซ้อมให้ผู้ขับขี่เกิดความเคยชิน ผู้ขับขี่จะต้องมาร่วมทั้งการสร้าง และซ้อมการขับเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ หรือจะบอกกับทีมงานก็ได้ถ้ารถเกิดมีปัญหาใดๆ จะได้แก้ได้ถูกต้อง ผู้ขับขี่จึงต้องคัดสันเป็นพิเศษ ผู้ขับขี่ที่มีความสามารถจะง่ายในการแก้ปัญหาหรือปรับปรุง สรุปว่าการเตรียมการก่อนแข่งจะใช้เวลา 6เดือน สร้าง 3 เดือน ทดสอบ 3 เดือน ในการทดสอบจะทดสอบในหลายๆ สภาพภูมิอากาศ ก็เพื่อจะยืนยันผล เป้าหมายในการทำสถิติใหม่ โดยมุ่งเน้นการลบสถิติเก่าที่ทำเอาไว้เท่านั้น สถิติเดิมที่เมืองไทย 1,851 กม./ลิตร สถิติที่ตั้งเป้าเอาไว้จึงได้จาการซ้อม 3 เดือน มั่นใจว่าน่าจะทำได้ 2,000 กม./ลิตร จึงได้ส่งรายงานไปล่วงหน้าว่าตั้งเป้าหมายเอาไว้ 2,000 กม./ลิตร ที่ญี่ปุ่นในปีนี้ เป็นครั้งที่ 24 ของญี่ปุ่นนั่นเอง
ในด้านของเครื่องยนต์ เป็นที่รู้อยู่แล้วว่า 50 ซีซี กับ 125 ซีซี ต้องมีความสารมารถอย่างมาก จากประสบการณ์ที่แข่งมานาน ทำให้รู้ว่าเครื่องยนต์ที่มีซีซีมากกว่านั้น มีแรงบิดที่ดี ซึ่งอาจปรับแต่งเอามาใช้ได้เฉพาะที่ต้องการ ก็น่าจะดีกว่าเครื่องที่มีซีซีน้อย ทางทีมงานทราบดีว่าในการไปร่วมการแข่งขันที่ญี่ปุ่นนี้ มิใช่จะไปเพื่อชัยชนะ แต่ไปเพื่อเสริมความรู้ให้กับทีมงานมากกว่า ซึ่งรู้ดีอยู่แล้วว่าเครื่องยนต์ที่ต่างกันนั้น ย่อมจะมีผลต่างกันและก็รู้อีกเช่นกันว่าจะไม่มีผลใดๆ ในการที่จะมีชัยชนะในการแข่ง เพียงเพื่อสร้างสถิติของตนเองก็เป็นการเพียงพอแล้ว จากที่รู้ดีอยู่แล้วการเตรียมการในเรื่องของเครื่องยนต์จึงได้มีการเตรียมการจัดหาอะไหล่มาสำรอง กรณีมีปัญหาก็จะแก้ไขด้วยตนเองได้ทั้งทีม เพราะฉะนั้นจึงถูกจัดแบ่งหน้าที่ ก็จะมีหน้าที่ธุรการช่างเครื่อง ผู้ขับขี่ 1 ผู้ขับขี่ 2 หัวหน้าทีมจะจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบต่างกันไป
เทคนิคพิเศษในการปรับแต่งเครื่องยนต์ 125 ซีซี นั้น เบื้องต้นจะต้องคิดเสียก่อนว่าเครื่องยนต์ที่มีปริมาณมากย่อมจะสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นก็ต้องคิดว่าน้ำหนักต้องมากกว่าอยู่แล้ว อย่างที่สามก็ต้องคิดว่าเราจะใช้งานเพื่อประโยชน์อันใด ในการที่คำนึงถึงปัญหานี้ จาก 3 แนวคิดเบื้องต้นก็ต้องมีแนวคิดติดตามมาว่า ถ้าจะแข่งขันรถประหยัดน้ำมัน ก็ต้องคุมเกมการแข่งขันให้ได้ ต้องเรียนรู้กติกาให้ชัดเจนต้องวางแผนงานเพื่อเตรียมการ และจัดตั้งงบประมาณที่จะต้องใช้ ต้องซื้อ เพื่อที่จะได้สะดวก ไม่ติดขัดในขณะที่ดำเนินการ เมื่อเริ่มปรับแต่งก็หมายถึงลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาที่ลองผิด และจำในที่ที่ลองแล้วพึงพอใจ แล้วเก็บความพึงพอใจเอาไว้เป็นประสบการณ์ เพื่อที่จะทำออกมาเทียบกับความพึงพอใจครั้งแรก ก็ต้องยอมรับว่าความพึงพอใจในทีมขณะนั้น ครั้งแรกมาจะสู้ครั้งหลังๆ ไม่ได้ ขั้นตอนในการทดสอบ ทดลองอย่างที่บอกว่า ใช้เวลาถึง 3 เดือน จากเทคนิคในการลดน้ำหนักจากตัวเครื่อง จัดการปรับแต่งเพียงแค่ 15 กิโลเศษๆ การลดน้ำหนักที่ต้องคำนึงถึงความถาวรจะยากมาก แต่ก็ต้องพยามยาม ตัวถังก็จัดสร้างแบบน็อคคาร์ทุกชิ้น และออกมาได้ทั้งหมด จะง่ายในการปรับปรุง วัตถุที่ใช้เป็นอลูมิเนียมทั่วไป ทำให้ยุ่งยากในการออกแบบเพราะจะบิดตัวได้ง่าย แต่ก็ต้องทดสอบ ทดลองเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งความเป็นถาวรในการที่จะไปแข่งต่างประเทศ ที่ญี่ปุ่นต้องมีการปรับจูน ให้เข้ากับสภาพอากาศได้ คาบูเรเตอร์จะต้องปรับแต่งได้ง่าย เครื่องยนต์จะต้องร้อนง่าย เครื่องยนต์จึงมีหัวเผาพิเศษเหมือนเครื่องยนต์ดีเซลนั่นเอง ที่ญี่ปุ่นรู้อยู่แล้วว่ามีค่าของน้ำมัน ที่เรียกว่าอ๊อกเทน 97 ซึ่งก็มีการเพิ่มกำลังอัดของเครื่องยนต์มาเป็นพิเศษ โดยเพิ่มจากเดิม แรงอัดในหลัง 13 ต่อ 7 ซึ่งจะได้แรงบิดที่ดีมาก และมีการเปลี่ยนการทดสอบ จากเดิมที่แข่งในกรุงเทพฯ จาก 6 รอบ เป็น 8 รอบ คือ เครื่องยนต์หมุน 8 รอบ ล้อหมุน 1 รอบ อื่น ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของลูกปืนล้อ เพื่อการหล่อลื่นทั้งหมด ก็มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ก็ขอสรุปว่า การแข่งขันในญี่ปุ่น ต้องเตรียมการและพร้อมเพียงให้มากที่สุดนั่นเอง หมายถึงปัญหาจะต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าจึงจะทำให้เกิดความสำเร็จได้ง่ายขึ้น และในการแข่งครั้งนี้ เพียงแต่ทีมงานของเรามีความใกล้เคียงการตั้งเป้าหมายเอาไว้ท่านั้น จาก 2,000 กม./ลิตร ทำได้แค่ 1917.7456 กม./ลิตร ต้องถือว่าต่ำกว่าเป้า แต่ก็พอใจเพราะใกล้เคียงมาก ส่วนรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ก็น่าจะเป็นเรื่องการฟันฝ่าท่ามกลางฝนโปรยปรายนั่นเอง 5-60 % .ในสนามรถจะเสีย แต่รถของเราไม่เสีย ก็เพราะเตรียมพร้อมมาอย่างดี และรางวัลชนะเลิศก็ไม่เคยได้คิดมาก่อน รู้เพียงว่าเราจะมาทำ สถิติตามเป้าของเรา แต่คงด้วยความกรุณาของญี่ปุ่นเพราะของเราได้สถิติใกล้เคียงที่สุด แล้วก็ชนะรุ่น 50 ซีซี ห่างกว่า 600 กม./ลิตร จาก 1,900 กว่า ๆ รองชนะแค่ 1,200 กว่าๆ เท่านั้น ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางทีมงานที่ญี่ปุ่นที่ให้ตำแหน่งกับทีมของเรา เป็นตำแหน่งแรกในการแข่งขั้นมาทั้งหมด 24 ปี และทีมช่างกล ขส.ทบ. (A.T.E.I.) ได้รับเกียรติครั้งนี้เป็นครั้งแรก" ...ทั้งหมดเป็นเพียงเทคนิคเบื้องต้นเท่านั้น โอกาสหน้าทีมงานจะไปล้วงลึกกลเม็ดเด็ดพรายของอาจารย์บุญมา นาวาทอง เกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องยนต์ 125 ซีซี อดใจรอ แล้วเจอกัน |